3 ช่องทางการตลาดออนไลน์ยอดนิยมใน พ.ศ.นี้

3 ช่องทางการตลาดออนไลน์ยอดนิยมใน พ.ศ.นี้

ปฏิเสธไม่ได้ว่า “การตลาดคือทุกสิ่ง” หรือ “Marketing is Everything” เมื่อเราหันไปมองรอบตัวเราจะสัมผัสกับตัวอักษร ภาพและเสียงของสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์อยู่ตลอดเวลา ต่างกันเพียงรูปแบบของสื่อที่แปรเปลี่ยนไปตามยุคสมัยเท่านั้น ในยุคการตลาดแบบดั้งเดิม (Traditional Marketing) เราจะพบเห็นการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อโทรทัศน์ สื่อวิทยุ สื่อสิ่งพิมพ์ การจัดกิจกรรมทางตลาด ซึ่งมักจะเป็นการสื่อสารทางเดียว (One way Communication) ผู้บริโภคเพียงรับรู้แต่ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ที่นำเสนอ จนกระทั่งอินเทอร์เน็ตถือกำเนิดขึ้นมาในโลกใบนี้ แล้วย่อส่วนโลกทั้งใบลงมาอยู่ในโทรศัพท์มือถือของเรา

การตลาดแบบดั้งเดิมถูกแบ่งสัดส่วนทางการตลาด (Market Share) ออกไปเมื่ออินเทอร์เน็ตก้าวเข้ามา โลกเข้าสู่การตลาดออนไลน์ (Online Marketing) ซึ่งผู้ซื้อและผู้ขายสามารถมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันด้วยการสื่อสารแบบสองทาง (Two way Communication) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคโควิด-19 การตลาดออนไลน์ยิ่งมีบทบาทสำคัญมาก เพราะพวกเราต้องดูแลตัวเองด้วยการอยู่บ้าน ทางเดียวที่ก่อให้เกิดการซื้อขายได้ก็คือการใช้อินเทอร์เน็ต​บนโทรศัพท์มือถือ

แล้วจะมีช่องทางการตลาดออนไลน์แบบไหนบ้างที่น่าสนใจ เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนยุคปัจจุบัน ตามเรามาดูกันเลย

1.Facebook
สื่อออนไลน์ที่ได้รับความนิยมในประเทศไทยมากที่สุดคงหนีไม่พ้น Facebook ที่ทำหน้าที่เหมือนกาวใจชั้นดีที่เชื่อมต่อตัวเรากับครอบครัว เพื่อนฝูง เครือญาติ เพื่อนร่วมงาน ลูกค้า ซึ่งหากคิดจะทำการตลาดออนไลน์ Facebook ก็สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้บริการได้เป็นอย่างดี ทั้งจากการมีฐานข้อมูลของผู้ใช้งานสูงที่สุดในโลกและการเจาะกลุ่มเป้าหมายทางการตลาดก็ยังทำได้ละเอียดถี่ถ้วน เราจะรู้จักกลุ่มเป้าหมายของเราตั้งแต่ชื่อ นามสกุล ไปจนถึงรสนิยมส่วนบุคคล เมื่อเรายิงโฆษณาจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างแม่นยำ ถูกจุด

2.Line
“คิดจะแชต คิดถึง Line” คำกล่าวนี้คงไม่ผิดไปจากความเป็นจริงมากนัก เมื่อ Line เป็นสื่อออนไลน์ที่ทำให้เราคุยกับคนรอบตัวผ่านทั้งข้อความ ภาพ และเสียง เราทำการตลาดออนไลน์ ผ่าน Line ได้โดยง่ายด้วยการเผยแพร่ข่าวสารประชาสัมพันธ์ อัปเดตโปรโมชัน สำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่ไม่อยากใช้ Line ส่วนตัวในการทำการตลาด Line ก็มีฟีเจอร์สำหรับทำมาค้าขายโดยเฉพาะอย่าง LINE OA (LINE Official Account)

3.Youtube
ภาพเคลื่อนไหวเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ผู้ชมชื่นชอบบนสื่อออนไลน์ และช่องทางนำเสนอคลิปวิดีโอยอดนิยม ได้แก่ Youtube ซึ่งมีเรื่องราวในคลิปวิดีโอต่าง ๆ ไว้ให้เราเลือกรับชมมากมาย โดยในปัจจุบันนอกจากความบันเทิงที่ได้จากการรับชมแล้ว เรายังสามารถเป็นผู้สร้างสรรค์คลิปวิดีโอและเปิดช่อง (Channel) เป็นของตนเองได้อีกด้วย ซึ่งการตลาดออนไลน์ผ่านช่องทางนี้ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์อย่างมากเพื่อให้ผู้ชมเกิดความสนใจ เมื่อช่องของเราได้รับความนิยมจากผู้ชม โฆษณาต่าง ๆ จะเข้ามาเป็นสปอนเซอร์เอง

จะเห็นได้ว่าการตลาดออนไลน์เหมาะกับสถานการณ์โลกและสถานการณ์ของประเทศในปัจจุบันอย่างยิ่ง นอกจากจะทำให้เกิดการรับรู้ในแบรนด์สินค้าและเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีแล้ว ยังใช้ต้นทุนต่ำกว่าการตลาดแบบดั้งเดิม (Traditional Marketing) อีกด้วย

ทำการตลาดออนไลน์อย่างไรให้ปัง ช่วยสร้างแบรนด์ติดตลาด

ทำการตลาดออนไลน์อย่างไรให้ปัง ช่วยสร้างแบรนด์ติดตลาด

การทำธุรกิจอะไรสักอย่างหนึ่งนั้น ทุกคนก็ต้องคาดหวังที่จะมียอดขายที่ดี ยอดขายปัง ๆ แบรนด์ของตนเองเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย มีผลตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่องไปในระยะยาว และยุคที่มีการแข่งขันในเรื่องของธุรกิจที่สูงเช่นนี้ หลาย ๆ แบรนด์ หลาย ๆ ธุรกิจเกิดขึ้นมาอย่างมากมาย ช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เป็นช่องทางสำคัญที่เป็นช่องทางการขาย การโฆษณา เนื่องจากทุกวันนี้ผู้คนหันมาใช้สื่อโซเชียลกันค่อนข้างมากเป็นประจำทุกวัน เพื่อใช้ในการเชื่อมต่อและติดต่อสื่อสารกัน ด้วยเหตุนี้เองการทำการตลาดออนไลน์จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างมาก เพราะเป็นช่องทางที่จะช่วยดึงดูดลูกค้าให้รู้จักสินค้าและบริการต่าง ๆ ของเราเพิ่มมากยิ่งขึ้น

วิธีการทำการตลาดออนไลน์ให้ปัง ๆ ไม่ใช่เรื่องยากและก็ไม่ใช่เรื่องง่าย อันดับแรกคือเราต้องทราบกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มลูกค้าของแบรนด์หรือธุรกิจของเราก่อน ว่ามีการใช้ช่องทางออนไลน์ในช่องทางอะไรบ้างเพื่อมุ่งเน้นการทำการตลาดออนไลน์กับช่องทางออนไลน์นั้น ๆ เป็นอันดับแรกก่อน ยกตัวอย่างเช่น หากกลุ่มเป้าหมายของเราส่วนใหญ่มักจะอยู่ใน Instagram การสร้างบัญชีผู้ใช้ การทำการโฆษณา การติดแท็กต่าง ๆ ในไอจีเพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ก็เป็นสิ่งที่เราไม่ควรมองข้าม และควรที่จะมีการทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าต้องเสียเงินซื้อโฆษณาเพียงอย่างเดียว แต่เราสามารถที่จะเพิ่มยอดไลก์ ยอดวิว ด้วยเนื้อหาที่น่าสนใจ เช่น มีการรีวิวจากผู้ที่ใช้สินค้าหรือบริการนั้น ๆ จริง ผลลัพธ์ที่ได้ มีการนำเนื้อหาเหล่านี้มาลงอย่างสม่ำเสมอ มีการลงโพสต์เป็นประจำทุกวันก็จะช่วยทำให้แบรนด์ของเรามีโอกาสผ่านตากลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น 

จุดสำคัญของการทำการตลาดออนไลน์ที่สำคัญคือการมีโปรโมชัน มีแคมเปญต่าง ๆ ที่น่าสนใจ เช่น การลดราคา การมีของแถม การให้บัตรสะสมแต้ม การลุ้นรับรางวัลใหญ่ หรือจัดกิจกรรมพบปะสังสรรค์ลูกค้า เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้แบรนด์และสินค้าของเราได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้น ในกลุ่มลูกค้าเก่าก็จะกลับมาอุดหนุนอีก ส่วนกลุ่มลูกค้าใหม่ก็มีโอกาสได้ลองใช้สินค้าและบริการมากขึ้น 

โดยถ้าหากว่าธุรกิจของเราเติบโตขึ้น ก็ควรที่จะมีเว็บไซต์เป็นของตนเอง สร้างเว็บไซต์ในสไตล์ที่เข้ากับแบรนด์ของเรา แสดงถึงความเป็นแบรนด์ได้อย่างเต็มที่ การมีเว็บไซต์นั้นนอกจากจะเป็นการเพิ่มช่องทางให้คนรู้จักแบรนด์มากขึ้นแล้ว ยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับทางแบรนด์มากขึ้นด้วย ด้วยการบริหารจัดการที่เป็นไปในรูปแบบของเว็บไซต์ 

ไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจอะไร ในยุคนี้การทำการตลาดออนไลน์ถือเป็นวิธีการที่จะช่วยเพิ่มยอดขายและการรับรู้ให้กับแบรนด์ของคุณได้อย่างแท้จริง

สุดยอด 3 วิธีทำการตลาดออนไลน์ที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้

สุดยอด 3 วิธีทำการตลาดออนไลน์ที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้

หากได้ติดตามข่าวสารแวดวงธุรกิจมาก่อน หลายคนคงคุ้นหูกับคำว่า “การตลาดออนไลน์” ซึ่งเป็นเทรนด์การตลาดที่นิยมมากในปัจจุบัน เพราะต้องยอมรับว่าในยุคนี้มนุษย์เราให้เวลากับโลกออนไลน์ตลอดทั้งวัน เรียกได้ว่าตื่นเช้าขึ้นมาก็ต้องคว้าสมาร์ตโฟนเป็นอันดับแรก ๆ โดยการตลาดออนไลน์มีอยู่ด้วยกันหลายวิธี แต่วิธียอดนิยมมากขณะนี้ ต้องยกให้กับ SEO, Social Marketing และ Line Official ซึ่ง 3 วิธีนี้ท่านเจ้าของธุรกิจไม่ควรมองข้าม

1.SEO
SEO หรือชื่อเต็ม Search Engine Optimization วิธีทำการตลาดออนไลน์ที่ทุกธุรกิจต้องใส่ใจ โดยเน้นวิธีการปรับแต่งเว็บไซต์ให้เป็นไปตามเกณฑ์การให้คะแนนของ Search Engine ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Google, Yahoo หรือ Bing โดยการปรับแต่งเว็บไซต์มีองค์ประกอบหลายอย่าง เช่น การวิเคราะห์คีย์เวิร์ด การทำคอนเทนต์ การทำ Backlink การตั้งชื่อ URL การทำให้เว็บไซต์แสดงผลอย่างรวดเร็ว เป็นต้น ซึ่งการทำให้เว็บไซต์อยู่อันดับต้น ๆ ของหน้าแรกจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าคลิกเข้าชมเว็บไซต์ ส่งผลให้เว็บไซต์เป็นที่รู้จัก และยังทำให้เว็บไซต์ของคุณดูน่าเชื่อถืออีกด้วย

2.Social Marketing
การทำ Social Marketing มีอยู่ด้วยกันหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter และ Instagram โดยช่องทางเหล่านี้สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานเป็นจำนวนมาก ทำให้หลายแบรนด์ต่างหันมาทำการตลาดออนไลน์ผ่าน Social Marketing โดยวิธีทำการตลาดผ่านช่องทางเหล่านี้ เจ้าของธุรกิจควรวางแผนสื่อสารและวางแผนครีเอทคอนเทนต์เป็นอย่างดี เช่น ไม่ควรโพสต์หรือซื้อโฆษณาถี่เกินไป คอนเทนต์ที่นำเสนอต้องมีความน่าสนใจ มอบสิทธิพิเศษคุ้มค่าแก่ลูกค้าเสมอ ฯลฯ เพราะแม้ว่า Social Marketing จะเต็มไปด้วยข้อดี แต่หากเจ้าของธุรกิจนำเสนอคอนเทนต์ไม่ตอบโจทย์ ไม่มีข่าวสารหรือโปรโมชันเด็ด ๆ ก็อาจทำให้กลุ่มเป้าหมายเลิกติดตามช่องทางของคุณได้เช่นกัน

3.Line Official
เพราะยุคนี้ไม่ว่าใครก็หันมาติดต่อสื่อสารผ่านแอปพลิเคชัน Line กันทั้งนั้น ทำให้เจ้าของธุรกิจไม่ควรพลาดสื่อสารกับลูกค้าผ่าน Line Official โดยปัจจุบันมีฟีเจอร์มากมายออกแบบมาเพื่อการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการแชทโต้ตอบกับลูกค้าแบบ 1 ต่อ 1 การ Broadcast ข้อความ คูปองสะสมคะแนน การส่งข้อความโต้ตอบอัตโนมัติ ฯลฯ ซึ่งฟีเจอร์เหล่านี้หากเจ้าของธุรกิจได้ศึกษาวิธีการใช้อย่างจริงจังจะพบว่าเต็มไปด้วยประโยชน์ดี ๆ ที่ช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าซื้อสินค้าและบริการได้อย่างแน่นอน และยังเป็นช่องทางสำคัญในการส่งข่าวสารและโปรโมชันดี ๆ ถึงลูกค้าทุกรายที่ติดตามแบบทันทีอีกด้วย

นอกจาก 3 วิธียอดนิยมที่หยิบมาฝากกันแล้ว การตลาดออนไลน์ยังมีวิธีอื่น ๆ เช่น การซื้อโฆษณาของ Search Engine เช่น Google Ads หรือผ่านทางโซเชียลแพลตฟอร์มต่าง ๆ และแบนเนอร์เว็บไซต์ เพื่อเจาะให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย นอกจากนี้ยังมีการส่งอีเมลแจ้งข่าวสารโปรโมชันแก่ลูกค้าโดยตรง โดยการตลาดออนไลน์ที่ดีนั้นควรเลือกทำหลายวิธีควบคู่กันไป เพื่อส่งเสริมให้ธุรกิจเป็นที่รู้จักและกระตุ้นพฤติกรรมการซื้อให้ได้มากที่สุดนั่นเอง

3 เทคนิคที่นักการตลาดออนไลน์ควรรู้

3 เทคนิคที่นักการตลาดออนไลน์ควรรู้

ต้องยอมรับว่าท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจตกต่ำที่ทั่วโลกกำลังเผชิญ บวกกับปัจจัยความเสียหายจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้การตลาดออนไลน์ (Online marketing) เติบโตขึ้นแบบทวีคูณ ท่ามกลางคู่แข่งทางการตลาดที่เพิ่มมากขึ้นด้วย เนื่องจากธุรกิจเกิดใหม่ และธุรกิจดั้งเดิมอีกเป็นจำนวนมากหันมาใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ อย่าง Google และ Facebook เพื่อส่งเสริมการทำประชาสัมพันธ์และการตลาดออนไลน์อย่างเติมรูปแบบมากขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นวันนี้เรานำ 3 เทคนิคที่นักการตลาดออนไลน์ควรรู้ มาฝากกัน

เพราะ Google ได้รับการพัฒนาให้ฉลาดขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะโปรแกรมสำหรับตรวจจับเว็บไซต์นั่นคือสิ่งสำคัญที่ตอกย้ำให้นักการตลาดพึงระมัดระวังมากขึ้น และพยายามคิดค้นกลยุทธ์การทำงานให้สอดคล้องกับการพัฒนาของGoogle และช่วยส่งเสริมคุณภาพของเว็บไซต์ เพราะเว็บไซต์คุณภาพสูงจะได้รับการจัดอันดับที่ดีมากกว่าในระบบการค้นหาของ Google

เพื่อให้แผนการตลาดมีความทันสมัยและตรงกับใจของกลุ่มเป้าหมายให้ได้มากที่สุด นักการตลาด (Online marketing) ควรพิจารณา ดังต่อไปนี้

1.การกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนในการเข้าถึง และเก็บรวบรวมข้อมูลพื้นฐาน เช่น เพศ วัย ที่อยู่ การศึกษา สถานที่ทำงาน และไลฟ์สไตล์ เพื่อเตรียมพร้อมเนื้อหาหรือ Content ที่จะเสนอในเพจหรือบทความ ให้มีความกระชับ น่าอ่าน อ่านแล้วเข้าใจได้ทันที เพราะมันเป็นกฎที่ตายตัวว่า เนื้อหาที่ดีย่อมดึงดูดความสนใจให้คนติดตาม และยังช่วยเพิ่มคะแนนความน่าเชื่อถือให้กับเพจ ตลอดจนสินค้าและบริการนั้น ๆ ได้อีกทางหนึ่งด้วย

2.สังเกต ทำความเข้าใจ เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์พฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย ทั้งแบบ offline และ online เช่น เวลาว่างชอบทำอะไร ชอบแต่งตัวแนวไหน งานอดิเรกคืออะไร ชอบเดินห้างหรือช้อปปิ้งทางโซเชียล นิยมใช้แอปอะไร ตลอดจนเหตุผลในการตัดสินใจซื้อสินค้าแต่ละครั้ง

3.ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ให้สวยงามและใช้งานง่าย เพื่อรองรับการใช้งานผ่านแอปพลิเคชันต่าง ๆ บนมือถือ ที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างทันท่วงทีและตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด เพราะการเข้าถึงเว็บไซต์ด้วยมือถือได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ก็จะยิ่งช่วยเพิ่มการตัดสินใจซื้อ และเพิ่มยอดขายได้มากขึ้นตามไปด้วย

ทั้งนี้เพราะในปัจจุบันมากกว่า 80 เปอร์เซนต์ของคนส่วนใหญ่ใช้เวลาอยู่บนโลกเสมือนจริงอย่าง ดูข่าวฟุตบอล Facebook Line และ Youtube หรือช่องทาง Social Media อื่น ๆ เพื่อความบันเทิงและการค้นหาสินค้าและบริการ ดังนั้นการเก็บข้อมูลนำมาวิเคราะห์เพื่อวางแผนกลยุทธ์ในการทำการตลาดออนไลน์ผ่าน Social Media จะช่วยให้นักการตลาดออนไลน์นำพาเว็บไซต์และธุรกิจเหล่านั้นให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและก้าวไปสู่ความนิยมของกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในระยะยาวยังสามารถนำกลยุทธ์ทางการตลาดมาประยุกต์ใช้ร่วมกับการทำ SEO หรือ Search Engine Optimization เพื่อช่วยให้เว็บไซต์ติดอยู่ในอันดับต้น ๆ ของ Google โดยใช้เทคนิคในการปรับแต่งและเพิ่มลิงก์ที่มีคุณภาพมาที่เว็บไซต์ ซึ่งผลที่จะได้รับคือปริมาณผู้ชมจำนวนมากและการเติบโตของยอดขาย

การตลาดออนไลน์ และ 5 เทคนิคการปรับตัวให้ธุรกิจอยู่รอดในวิกฤติโควิด-19

การตลาดออนไลน์ และ 5 เทคนิคการปรับตัวให้ธุรกิจอยู่รอดในวิกฤติโควิด-19

ปัจจุบันทั่วโลกกำลังเผชิญกับวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งยังไม่มีทีท่าว่าจะหมดไปในเร็ววันนี้ ผลกระทบที่เกิดขึ้นนอกจากจะส่งผลต่อปัญหาสุขภาพอนามัยของผู้คนแล้ว ยังทำลายระบบเศรษฐกิจให้หยุดชะงักลงอีกด้วย หลายธุรกิจต้องพยายามดิ้นรนและปรับตัวเพื่อความอยู่รอดในยุคที่ผู้คนแทบไม่กล้าออกจากบ้าน แต่ถึงอย่างนั้น หลายธุรกิจก็ต้องปิดตัวลงเพราะไม่สามารถปรับตัวได้ทัน ดังนั้น วันนี้เราจึงจะมาแนะนำ 5 เทคนิคการปรับตัวให้ธุรกิจอยู่รอดในวิกฤติโควิด-19

1.เริ่มทำธุรกิจออนไลน์
ในเมื่อคนไม่กล้าออกจากบ้าน การจับจ่ายใช้สอยบนช่องทางออนไลน์จึงเติบโตมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้น ใครที่กำลังทำธุรกิจขายสินค้าและบริการแบบออฟไลน์ หรือขายตามหน้าร้านแบบเดิม ควรจะขยายการตลาดของตัวเองให้กว้างขวางขึ้นด้วยการอาศัยแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้ามากขึ้น ในเมื่อลูกค้าไม่เดินเข้าร้าน เราก็ต้องเป็นฝ่ายเข้าหาลูกค้าทางออนไลน์แทน

2.ใช้ประโยชน์จากคอนเทนต์ออนไลน์ให้มากที่สุด
ปัจจุบัน ธุรกิจออนไลน์แทบทุกประเภทล้วนให้ความสำคัญกับการผลิตคอมเทนต์โฆษณาของตัวเองอย่างมาก จนเรียกได้ว่าแทบจะแข่งกันผลิตคอนเทนต์เลยก็ว่าได้ ยิ่งเรามีคอนเทนต์ที่น่าสนใจ แตกต่างจากคู่แข่งรายอื่น ๆ มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเพิ่มความน่าสนใจให้แบรนด์ของเรามากขึ้นเท่านั้น ซึ่งจะต้องใช้เครื่องมือที่เหมาะสมสำหรับการตลาดออนไลน์ช่วยในการผลิต

3.สร้างภาพลักษณ์ที่ดีของแบรนด์ให้สม่ำเสมอ
ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ผู้คนไม่ได้ออกมาเลือกซื้อสินค้าและบริการด้วยตัวเองที่หน้าร้านเหมือนสมัยก่อน เรายิ่งต้องรักษาภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของแบรนด์ ซึ่งต้องอาศัยกลยุทธ์ทางด้านการตลาดที่เรียกว่า “การสื่อสารแบรนด์” (Brand Communication) ที่สื่อสารกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายให้เห็นถึงปรัชญาองค์กร และพันธกิจขององค์กร รวมถึงวิสัยทัศน์การดำเนินธุรกิจของเรา

4.ศึกษาเครื่องมือด้านการตลาดออนไลน์ให้มากที่สุด
ปัจจุบัน การตลาดออนไลน์มีกลยุทธ์หรือเครื่องมือมากมายที่เราสามารถหยิบมาใช้เพิ่มผลสำเร็จทางธุรกิจได้มากขึ้น ทั้งการซื้อโฆษณาบนสื่อโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เช่น Facebook Ads, Google Ads, Twitter ฯลฯ หรือการทำ SEO ให้เว็บไซต์ของเราติดอันดับบนหน้าการค้นหาของ Google ซึ่งการจะใช้เครื่องมือเหล่านี้ให้ได้ผลลัพธ์ทางธุรกิจมากที่สุดจะต้องอาศัยประสบการณ์และความชำนาญพอสมควร

5.รักษาฐานลูกค้าเก่าและพยายามหาลูกค้าใหม่
ในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำอย่างทุกวันนี้ การรักษาฐานลูกค้าเดิมเอาไว้ให้ได้จะทำให้ธุรกิจของเราสามารถประคองตัวอยู่รอดต่อไปได้ ซึ่งต้องอาศัยการสื่อสารที่เป็นมิตรกับลูกค้าเก่า การมอบสิทธิพิเศษบางอย่าง รวมถึงให้การดูแลเป็นพิเศษแก่กลุ่มลูกค้าเหล่านี้ ขณะเดียวกันเราก็ต้องพยายามขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการพลิกฟื้นธุรกิจหลังช่วงวิกฤติ

เทคนิคทั้ง 5 ข้อที่นำมาฝากกันในวันนี้ บางข้ออาจไม่ใช่เรื่องที่ทำกันได้ง่าย ๆ ในระยะเวลาอันสั้น ดังนั้น บางคนอาจหาผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์มาให้คำปรึกษาและช่วยเหลือวางทิศทางการทำธุรกิจต่อจากนี้ แม้อาจจะต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่ก็ถือว่าคุ้มค่าหากช่วยให้ธุรกิจของเราผ่านช่วงวิกฤตินี้ไปได้

เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับการตลาดออนไลน์

เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับการตลาดออนไลน์

ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนในยุคนี้นิยมซื้อขายสินค้าในยุคปัจจุบันผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ตมากกว่า 80% เพราะกำลังอยู่ในยุคที่ไวรัส covid-19 ระบาด ซึ่งคนส่วนใหญ่ต้องเก็บตัวอยู่กับบ้าน และเนื่องจากผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจโดยรวม จึงทำให้ทุกคนต้องรัดเข็มขัดลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางด้วย การทำการตลาดออนไลน์ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่นักธุรกิจที่อยากประสบความสำเร็จควรรู้ในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้

1.ประเภทของการตลาดออนไลน์
การตลาดออนไลน์แบ่งได้เป็น 2 ส่วนที่สำคัญ คือ การโฆษณาหรือ SEM (Search Engine Marketing) และการทำ SEO (Search Engine Organization) โดยเน้นที่การผลิตเนื้อหาบทความ คลิปวิดีโอ ภาพกราฟิกที่น่าสนใจ ดึงดูดสายตาลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ผ่านพื้นที่โฆษณาที่เสียค่าใช้จ่ายให้ Google หรือโพสต์บนเฟซบุ๊กและเว็บไซต์ธุรกิจ ซึ่งควรทำควบคู่กันเพื่อเสริมอำนาจการแข่งขันให้ใกล้เคียงกับบริษัทเจ้าตลาดเดิม

2.ใช้อินฟลูเอนเซอร์ประชาสัมพันธ์
อินฟลูเอนเซอร์หมายถึงกลุ่มคนที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึกของผู้รับสาร เช่น ดารานักแสดง นับว่าเป็นผู้ทรงอิทธิพลมากที่สุด ส่งผลเป็นวงกว้างในการสร้างความรับรู้ต่อผลิตภัณฑ์สินค้า สร้างภาพจดจำสินค้าได้เร็วและชัดเจนตามภาพลักษณ์ของดารานักแสดง อย่างไรก็ตามการจ้างดารานักแสดงมักมีค่าใช้จ่ายสูง ปัจจุบันบริษัทส่วนใหญ่จึงนิยมจ้างเน็ตไอดอลหรือยูทูปเบอร์ที่มีคนติดตามเป็นจำนวนมากแทน โดยเลือกคนที่มีบุคลิกลักษณะโดดเด่นและมีกลุ่มบุคคลผู้ติดตามจำนวนมาก และตรงกับกลุ่มเป้าหมายของสินค้า ซึ่งช่วยเพิ่มยอดขายได้คุ้มค่ามากกว่าค่าจ้างหลายเท่าตัว

3.การเลือก Web Hosting
หากเป็นธุรกิจขนาดกลางถึงใหญ่ จำเป็นต้องเลือก web hosting ที่ดี เพราะในช่วงเวลาพักผ่อนของคนส่วนใหญ่ คือ 18.00-21.00 น. มักมีอัตราการเข้าชมข้อมูลสินค้าหรือใช้บริการระบบอีคอมเมิร์ซพร้อมกันจำนวนมาก ดังนั้น หากเลือก web hosting ที่บริการผ่านแพ็กเกจเล็กเกินไปหรือเป็นระบบแชร์ทรัพยากรของเซิร์ฟเวอร์ เพราะเน้นเพียงค่าใช้จ่ายถูก จะทำให้เว็บไซต์ล่มเพราะเกิดการแย่งระบบทรัพยากรคอมพิวเตอร์กับเว็บไซต์อื่นด้วย ทางที่ดีควรปรึกษา web hosting ที่มีทีมงานบริการมืออาชีพ ให้คำแนะนำขนาดและรูปแบบแพ็กเกจที่เหมาะสมให้ และควรถามถึงแนวทางการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วย เพื่อไม่ให้ประสบปัญหาดังกล่าว

4.คิดโปรโมชั่นใหม่ ๆ
การตลาดออนไลน์จะประสบความสำเร็จได้ ถ้าไม่หยุดนิ่งคิดโปรโมชั่นใหม่ ๆ เช่น บางรายจะให้ราคาพิเศษ ในวันที่ 11 เดือน 11 ของปี เพื่อกระตุ้นให้คนโสดซื้อของขวัญให้ตัวเอง หรือออกแบบระบบแต้มสะสมหากมีการรีวิวสินค้า เพื่อรักษาลูกค้าเก่าและจูงใจลูกค้าใหม่ให้เชื่อมั่นได้เร็วขึ้น เป็นต้น

การตลาดออนไลน์เป็นศาสตร์ที่จำเป็นจะต้องศึกษาองค์ประกอบหลายด้านพร้อมกัน เพื่อทำให้ธุรกิจของคุณเติบโตไปได้อย่างดียิ่งขึ้น หวังว่าบทความนี้จะเป็นแรงผลักดันให้ทุกท่านใส่ใจการตลาดออนไลน์ เพื่อเพิ่มยอดขายสินค้าและบริการของคุณให้มากยิ่งขึ้นต่อไป

ทำการตลาดออนไลน์อย่างไร ให้ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว

ทำการตลาดออนไลน์อย่างไร ให้ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว

การตลาดออนไลน์เป็นช่องทางประชาสัมพันธ์แบรนด์สินค้าและสร้างชื่อเสียงให้กับตัวคุณได้หากเรียนรู้หลักการทำที่ถูกต้อง ซึ่งสามารถเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าได้ทุกประเภททางสื่อโซเชียล โดยจะมีวิธีการอย่างไรบ้างนั้น มาดูพร้อมกันเลย

1. ใช้ประโยชน์จาก search engine หลายชนิด
ผู้คนนิยมหาชื่อสินค้าและบริการผ่านการพิมพ์ในช่อง Search ของ Google ดังนั้น Google จึงเป็นตลาดการค้าออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งจะมีการจัดอันดับของเว็บไซต์ตามคะแนน SEO ที่คำนวณด้วยระบบ algorithm และแบบเช่าพื้นที่โฆษณา ที่เรียกว่า Google Ads นอกจากนี้ ยังมีช่องทางที่คนนิยมใช้ค้นหาอื่น ๆ ก็คือทาง Facebook และ Instagram ซึ่งจะเป็นกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานที่มีความสนใจเฉพาะเจาะจงมากกว่า

2. ใช้คีย์เวิร์ดที่ดีสำหรับการสืบค้น
การเลือกใช้คีย์เวิร์ดในการผลิตบทความ SEO มีส่วนสำคัญอย่างมาก ที่จะทำให้คนเห็นบทความดี ๆ ของคุณ ซึ่งต้องศึกษาระบบการวิเคราะห์คุณภาพของเพจหรือเว็บไซต์ตามแต่ชนิดของ search engine นั้น ๆ ควบคู่ด้วยจึงจะมีประสิทธิภาพสูงที่สุด

3. เขียนบล็อกที่มีคุณภาพและสร้างอัตลักษณ์ให้กับแบรนด์
การสร้างความน่าเชื่อถือในบทความเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะทำให้ผู้คนเชื่อมั่นในตัวสินค้าตามไปด้วย เช่น คุณจำหน่ายเครื่องฟอกอากาศ ก็จำเป็นต้องเขียนบทความที่มีเนื้อหาแนววิชาการ เชื่อถือได้สูง มีแหล่งอ้างอิงทั้งในและต่างประเทศ และยังต้องหมั่นนำเสนอเรื่องราวใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องทางด้านสุขภาพของบุคคลทุกวัยในครอบครัวด้วย

4. มีช่องทางติดต่อที่หลากหลาย
ปัจจุบัน คนนิยมติดต่อกันทางไลน์ ระบบ Messenger หรือ Twitter ซึ่งจะมีการตอบโต้ได้อย่างรวดเร็วฉับไวระหว่างผู้โพสต์และผู้ติดตาม รวมถึงการแชร์แบ่งปันเนื้อหาและการติดต่อพูดคุยสอบถามหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าและบริการ คุณจึงควรเรียนรู้การใช้เครื่องมือเหล่านี้ให้เต็มประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว

5. ศึกษาสถิติของแต่ละระบบ
สถิติมาจากการคำนวณและวิเคราะห์ของแต่ละแพลตฟอร์ม คุณสามารถเข้าไปศึกษาระบบสถิติได้ว่ามีจำนวนคนติดตามเพิ่มขึ้นหรือไม่ เนื้อหาแนวใดที่มีคนสนใจ เพื่อเป็นตัวกำหนดทิศทางได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ว่าเนื้อหาชิ้นต่อไปนั้นควรจะเป็นเช่นไร ที่จะดึงดูดใจลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้นกว่าเดิม

6. การจ้างยูทูปเบอร์
ช่องทางการตลาดที่มาแรง คงหนีไม่พ้นทาง youtube ซึ่งหากคุณติดต่อจ้างยูทูปเบอร์ให้ช่วยประชาสัมพันธ์สินค้าให้ในช่องที่มีคนติดตามหลักแสน ก็จะทำให้สินค้าเป็นที่รู้จักในวงกว้างในเวลารวดเร็ว ขณะเดียวกัน ก็ได้รับความเชื่อมั่นสูงจากผู้ติดตามของยูทูปเบอร์คนนั้น ๆ ด้วย

โลกโซเชียลเป็นช่องทางสร้างรายได้ที่สำคัญในโลกยุคปัจจุบัน ผู้ที่ศึกษาการทำการตลาดออนไลน์อย่างจริงจังและปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้ประสบความสำเร็จได้ดี และมีอำนาจในการแข่งขันสูงกว่าแบรนด์สินค้าอื่นอย่างแน่นอน

ทำการตลาดออนไลน์ ให้ประสบความสำเร็จ

ปรับตัวอย่างไรเมื่อการค้าขายอยู่ในโลกของออนไลน์

คำแนะนำเมื่อขายของในโลกของออนไลน์

เมื่อเราอยู่ในยุคที่ทุกอย่างสามารถซื้อขายผ่อนออนไลน์ ทำให้เข้าถึงลูกค้าได้ง่ายจากช่องทางสื่อโชเชียล แต่การตลาดออนไลน์ก็ไม่ได้ทำให้ทุกธุรกิจประสบความสำเร็จได้ทุกราย แม้ว่าแพลตฟอร์มออนไลน์จะทำให้เกิดการซื้อขายและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ง่ายก็ตาม แต่เจ้าของธุรกิจหรือพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ก็ต้องปรับตัวอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอด แล้วจะปรับตัวอย่างไรเมื่อการค้าขายอยู่ในโลกของออนไลน์ เรามีคำแนะนำดี ๆ ดังนี้

คำแนะนำเมื่อขายของในโลกของออนไลน์

เข้าใจรูปแบบแต่ละแพลตฟอร์ม

การตลาดออนไลน์มีหลายแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น เว็บไซต์ เพจ เฟซบุ๊ก ไลน์@ หรือแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่เป็นมาร์เกตเพลส ความหลากหลายของการตลาดออนไลน์เหล่านี้ ทำให้เกิดการแข่งขันของแต่ละแพลตฟอร์มที่สูง หากเราไม่เข้าใจรูปแบบหรือลักษณะของการตลาดแต่ละแพลตฟอร์มอย่างลึกซึ้งจะทำให้เราวางแผนการตลาดผิดพลาดได้ เช่น หากเราเป็นรูปแบบบริษัท ขายสินค้าที่มีราคาสูง สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญให้มากคือเว็บไซต์ เพราะเปรียบเสมือนหน้าตาของแบรนด์ เป็นเหมือนดั่งบ้านที่อยู่ในโลกของออนไลน์ ถ้าไม่มีเว็บไซต์ ความน่าเชื่อถือก็น้อยลงตามไปด้วย เป็นต้น

เกาะติดสถานการณ์และมอนิเตอร์ยอดขายทุกวัน

โลกออนไลน์นั้นมีการเคลื่อนไหวและเกิดการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การจะขายของในออนไลน์ให้อยู่รอดได้ คุณต้องเร็ว หากช้าถือคุณจะพลาดโอกาสทองนั้นไปและจะไม่มีโอกาสที่สองอีก ต้องทันเหตุการณ์ เกาะติดทุกสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปของโลกเพราะทุกอย่างล้วนส่งผลถึงกันหมด แล้วเช็คยอดขายที่เกิดขึ้น จะช่วยให้เตรียมรับมือได้ทัน

รู้จักกลุ่มเป้าหมายที่เป็นลูกค้าให้ได้ก่อน

ไม่ว่าเราจะขายสินค้าในแพลตฟอร์มไหนเราต้องรู้จักลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมายสินค้าเราให้ได้ก่อน หลักการนี้ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของการตลาดทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เพราะวันนี้ถ้าเราไม่รู้ว่าเราจะขายสินค้าให้ใคร เราจะเลือกใช้วิธีการกับกลุ่มเป้าหมายไม่ตรงจุด ทำให้มีผลกับการตัดสินใจซื้อ ลองคิดง่าย ๆ ว่า ถ้าเราขายสินค้าให้กับคนที่เขาไม่ต้องการ ต่อให้ทำวิธีการไหนเขาก็ไม่ซื้อ นอกจากเราจะเสียเวลาและงบประมาณทางการตลาดแล้ว เรายังสูญเสียโอกาสในการขายให้กลุ่มลูกค้าที่เป็นเป้าหมายจริง ๆ ของเราอีกด้วย

สร้างคอนเทนต์ให้น่าสนใจ

หัวใจหลักอีกข้อหนึ่งของการขายออนไลน์ นั่นคือการทำคอนเทนต์ที่เป็นเครื่องมือให้ช่วยเร่งและกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้า ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของ คำบรรยาย รูปภาพ VDO การไลฟ์ สด ขายของ ที่ต้องมีความน่าสนใจ ทำให้มีคนติดตามและซื้อสินค้า ตัวอย่างการทำคอนเทนต์ที่เห็นได้อย่างชัดเจน เช่น การสร้างสตอรี่เล่าเรื่องของบริษัทขายประกัน ที่เขาสื่อสารเรื่องราวในรูปแบบของความรัก ความห่วงใยแทนการบอกว่าประกันดีอย่างไรแบบตรง ๆ โดยใช้เรื่องสั้นหรือเรื่องราวมาช่วยให้คนที่ดูอินไปกับเหตุการณ์ที่กำลังนำเสนอเป็นการชักจูงให้ซื้อประกัน วิธีนี้เป็นการจูงใจให้ซื้อประกันได้อย่างแนบเนียน

นอกจากหลักการที่กล่าวมาข้างต้น การขายออนไลน์ส่วนใหญ่แล้วมักจะตามกระแส หากเป็นสินค้าที่ขายตามกระแสได้ ก็อาจไม่ต้องพึงระวังอะไร ๆ มากนัก นอกจากเรื่องให้ระวังการกักตุนสต๊อกสินค้าที่อย่ามากเกินไปจนสุดท้ายขายออกไม่หมดจนทุนจม แต่ถ้าหากเป็นสินค้าที่มีราคาสูงและมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองอยู่แล้ว การขายตามกระแสอาจทำได้แค่บางครั้งบางคราวเท่านั้น อย่าให้กระแสเป็นหลักของการทำมาร์เก็ตติ้ง เพราะอาจทำให้คุณสูญเสียภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้

ปรับตัวอย่างไรเมื่อการค้าขายอยู่ในโลกของออนไลน์

เริ่มทำการตลาดออนไลน์ ช่องทางไหนดี

เริ่มทำการตลาดออนไลน์ ช่องทางไหนดี

การทำให้ธุรกิจเติบโต หรือทำให้ยอดขายเพิ่มมากขึ้นในยุคนี้ สิ่งสำคัญที่ต้องมีคือ การทำการตลาดออนไลน์ แต่การทำการตลาดออนไลน์สามารถทำได้หลากหลายทางมาก ถ้าสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำเว็บไซต์สำหรับธุรกิจ หรือเว็บไซต์ขายของออนไลน์ ควรเริ่มทำการตลาดออนไลน์จากช่องทางไหนดี วันนี้เรามีคำตอบ

ช่องทางการทำ การตลาดออนไลน์

เริ่มด้วยการทำ Search Engine Optimization (SEO) ซึ่งการทำ Search Engine Optimization (SEO) นั้นก็คือการทำให้เว็บไซต์ ติดอยู่ในอันดับต้น ๆ ของ Search Engine เช่น Google, Yahoo, Bing เป็นต้น ซึ่งเราจะเน้นที่ Google ยิ่งถ้าทำให้อยู่ในหน้าแรกจะยิ่งดีมาก เพราะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจ ซึ่งการจะทำ SEO ให้ติดอันดับดี ๆ นั้น ต้องเริ่มด้วยการทำให้เว็บไซต์มีคุณภาพ ให้ข้อมูลตรงกับคีย์เวิร์ด(Keywords) ที่คนมักค้นหา ซึ่งการจัดอันดับจะขึ้นกับระบบการจัดอันดับแสดงผลที่เรียกว่า ”Algorithm (อัลกอริทึม)” ซึ่งมีปัจจัยกว่า 100 ปัจจัยในการจัดอันดับ

ให้ความรู้ผ่าน Content การที่ทำให้เว็บไซต์ธุรกิจหรือเว็บไซต์ขายของจะติดตลาดนั้น ขึ้นกับจำนวนคนที่เข้ามาชม การให้ความรู้ผ่านการเขียนคอนเทนต์ลงในเว็บไซต์นั้นช่วยได้มาก เพราะเมื่อเป็นบทความให้ความรู้ที่โดนใจ เรามักจะส่งต่อหรือแชร์คนที่สนใจเหมือนกันในหมู่เพื่อนฝูงและครอบครัว คนรู้จัก ทำให้เพิ่มยอดคนที่สนใจเว็บไซต์เรามากขึ้น และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ง่ายขึ้น และการทำ Content สามารถใส่ Keyword ที่เราต้องการได้ เพื่อให้ค้นหาเจอง่ายขึ้น และช่วยผลักดันอันดับSEO ของเว็บไซต์บนหน้าผลการค้นหาของ Google ด้วย ยิงปืนนัดเดียว ได้นกหลายตัวเลยทีเดียว

แชร์ใน Social Media ยุคนี้ แทบจะหาคนที่ไม่เล่น Social Media ได้น้อยเต็มที ไม่ว่าจะเป็น Line, Facebook, IG, Twitter เป็นต้น Social Media จะช่วยคุณได้มาก เพราะมีการแชร์ การโพสต์ ส่งต่อตลอดเวลา ทำให้เว็บไซต์หรือผลิตภัณฑ์สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้ามากขึ้น

การโฆษณา จาก 3 วิธีด้านบน เป็นการกระทำที่ไม่ต้องเสียเงิน แต่วิธีการโฆษณานี้ เหมาะสำหรับคนที่มีเงินทุนสำหรับส่วนนี้ของธุรกิจ หรือคนที่ธุรกิจเริ่มอยู่ตัว ได้กำไรพอสำหรับการลงทุนทำโฆษณา ก็สามารถซื้อโฆษณาไม่ว่าจะเป็น

Google: Google Ad Words

Facebook: Facebook Ads

Line: LINE Broadcast

Youtube: Youtube Video Adsช่องทางการทำ การตลาดออนไลน์

ส่วนมากจะใช้กับการโปรโมทระยะสั้น เช่น ช่วงเทศกาลสำคัญ ปีใหม่ วาเลนไทน์ เป็นต้น เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ผู้คนเข้ามายังเว็บไซต์มากขึ้น

เมื่อเราสร้างการรับรู้ (Awareness) ให้กับกลุ่มคนที่สนใจแล้ว เมื่อเกิดการพิจารณาและเลือกซื้อสินค้า ก็จะกลายเป็นลูกค้า เมื่อนั้นก็ต้องมีการดูแลและให้บริการที่ดี เพื่อให้เกิดการซื้อซ้ำหรือการโฆษณาแบบปากต่อปากให้กับธุรกิจต่อไป เราสามารถทำทั้ง 4 ช่องทางไปพร้อม ๆ กันได้เลย เชื่อว่าถ้ามีความพยายามและขยัน ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้แน่นอน

ไขข้อข้องใจ เทรนด์การตลาดออนไลน์แบบไหนกำลังมาแรงในปี 2020

เทรนด์การตลาดออนไลน์มาแรงในปี 2020

ต้องยอมรับว่าการตลาดออนไลน์เป็นหนึ่งในช่องทางโปรโมทแบรนด์ที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เพราะนอกจากจะใช้ต้นทุนถูกกว่าการประชาสัมพันธ์ในโทรทัศน์ วิทยุ หรือการออกบูทตามงานต่าง ๆ แล้ว ยังเข้าถึงผู้ใช้อินเทอร์เน็ตได้ในวงกว้าง เนื่องจากคนส่วนใหญ่นิยมค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ผ่านทาง Search Engine อย่าง Google, Bing, Yahoo, Baidu หรือ Ask ด้วยเหตุนี้ทำให้เจ้าของแบรนด์และนักการตลาดต่างพยายามงัดกลยุทธ์เด็ด ๆ ออกมา เพื่อทำให้เว็บไซต์สินค้าของตัวเองติดหน้าแรกเมื่อถูกค้นหาบน Search Engine เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เทรนด์การตลาดออนไลน์จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา แต่เทรนด์การตลาดออนไลน์แบบไหนกำลังมาแรงในปี 2020 บ้างนั้น มาดูกันเลย

เทรนด์การตลาดออนไลน์มาแรงในปี 2020

ยุคแห่งข้อมูลที่ถูกต้อง

สำหรับการทำการตลาดออนไลน์ที่ผ่านมามุ่งเน้นไปที่ปริมาณข้อมูล คำค้น และจำนวนบทความ แต่เทรนด์การตลาดออนไลน์ในปีนี้นักการตลาดต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพของคอนเทนต์ที่ใช้เผยแพร่ลงในโลกอินเทอร์เน็ต ซึ่งคอนเทนต์ที่ดีต้องเป็นข้อมูลที่ถูกต้องและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องระวังการเผยแพร่ข้อมูลเท็จจำพวกข่าวปลอมและข้อมูลส่วนตัวของผู้บริโภคด้วย เพราะถือว่าเป็นหนึ่งในหน้าที่ต่อการรับผิดชอบต่อสังคมด้วย

วิดีโอและข้อความ

แน่นอนว่าหลายคนอาจคุ้นชินกับการทำการตลาดด้วยคอนเทนต์หรือบทความแบบที่มีเรื่องราว ซึ่งสามารถโพสต์หรือแชร์ในสื่อสังคมออนไลน์อย่าง Facebook, Instagram, Line หรือ Twitter ได้ แต่เมื่อพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลง ทำให้ความสนใจในคอนเทนต์ลดลง ทำให้อัตราการเปิดเข้าไปอ่านลดลงและหากไม่ใช่เรื่องที่ตัวเองสนใจหรือเป็นคอนเทนต์ที่ไม่ได้คุณภาพก็จะปิดลงทันที ดังนั้นการส่งวิดีโอหรือข้อความไปยังข้อความแชตจะช่วยกระตุ้นการรับรู้ ยอดขาย และตรงกลุ่มเป้าหมายลูกค้ามากขึ้น

ทำการตลาดออนไลน์ในหลาย ๆ ช่องทาง

หลายปีที่ผ่านมาเจ้าของแบรนด์ส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญกับสื่อโซเซียลอย่างเฟซบุ๊กมาเป็นอันดับหนึ่ง เหตุผลนั้นเป็นเฟซบุ๊กมีผู้ใช้งานเป็นจำนวนมากต่อเดือน แต่ในปี 2020 เจ้าของแบรนด์ไม่ควรมุ่งเป้าประชาสัมพันธ์ไปเพียงช่องทางเดียวเท่านั้น ในทางตรงกันข้ามควรทำการตลาดออนไลน์ผ่านช่องทางอื่น ๆ เช่น Google, Youtube, Instagram, Line, Twitter และ Tiktok เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและกลุ่มลูกค้าใหม่มากยิ่งขึ้น

เทรนด์การตลาดออนไลน์มาแรงในปี 2020

เป็นอย่างไรบ้าง สำหรับเทรนด์การตลาดออนไลน์ที่กำลังมาแรงในปี 2020 ที่เรานำมาฝาก อย่างไรก็ตาม นอกจากการให้ความสำคัญกับประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางการตลาดออนไลน์แล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่เจ้าของแบรนด์ต้องให้ความสำคัญควบคู่กันไปคือ การตลาดแบบออฟไลน์หรือหน้าร้าน ซึ่งเป็นช่องทางหลักของลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ที่วอล์คอินเข้ามาในร้าน เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างราบรื่น รักษาไว้ทั้งฐานลูกค้าเดิมและสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าใหม่ได้พร้อม ๆ กัน