กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ที่ผู้ประกอบการควรรู้ 2019

กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ที่ผู้ประกอบการควรรู้ 2019

การตลาดออนไลน์ ในปี 2019 มีอัตราการแข่งขันที่สูง เนื่องจากธุรกิจทั่วโลกอยู่ในภาวะฝืดเคือง อันเป็นผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา ทำให้ผู้ประกอบการร้านค้าต้องช่วงชิงจังหวะในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย มีการจัดโปรโมชั่น การศึกษาสถิติตัวเลขต่าง ๆ เพื่อนำมาสร้างจุดแข็งเหนือคู่แข่งอื่น

เราจึงได้รวบรวมคำแนะนำจากกูรูทางการตลาด ที่ผู้ประกอบการธุรกิจออนไลน์ควรรู้ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาธุรกิจให้ดียิ่งขึ้นในปีนี้

1. การพัฒนาเว็บไซต์ ตามหลัก SEO หรือ Search Engine Optimization อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะจะทำให้ระบบ Algorithm ของ Google จัดอันดับแสดงผลด้านบนในหน้าต่างการสืบค้น ทั้งนี้ หลังการทำ SEO ต้องมีการเช็คความเปลี่ยนแปลงของอันดับเว็บไซต์ ใน Google Search Console เป็นระยะ เพื่อการปรับเปลี่ยน Keywords แนวทางการเขียนบทความ SEO ฯลฯ ที่ตรงใจลูกค้าเป้าหมายต่อไป

2. ปรับ Keywords จากเดิมที่มักนิยมเป็นคีย์เวิร์ดสั้น ๆ ความหมายรวม ๆ กว้าง ๆ เช่น รองเท้ากีฬา ก็เปลี่ยนมาเป็นคำที่เจาะจงกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการนำเสนอสื่อคลิปสาธิตหรือบทความที่ดีขึ้น เรียกว่าเป็น Long-Tail Niche Keywords เช่น รองเท้า วิ่ง สตรี Nike และตามด้วยชื่อรุ่น เป็นต้น

3. ควรนำค่า Engagement จากผู้ชมเว็บไซต์ ที่ได้จากการวิเคราะห์หลังบ้าน มาใช้ในการปรับปรุง เช่น สถิติจำนวนผู้เข้าชมในแต่ละช่วงเวลา จำนวนยอดไลค์ ใน Facebook หรือ Instagram ว่าชื่นชอบคลิปหรือบทความแนวไหน เพื่อ ผลิตผลงานชิ้นต่อไป ในรูปแบบที่สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ดีมากยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง

4. กรณีที่มีการจ้างงานยูทูปเบอร์หรือเน็ตไอดอล ควรจะศึกษาว่าช่วงเวลานั้นใครกำลังอินเทรนด์ หรือได้รับกระแสนิยมสูง ซึ่งคนรุ่นใหม่จำนวนมากจะสนใจสื่อที่ผู้นำเสนอเป็น Micro หรือ Nano influencer หากเลือกพรีเซ็นเตอร์ที่เหมาะสม ก็จะมีผลดีอย่างมากต่อการดึงดูดใจผู้ชมคลิป ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว และทำให้เพิ่มยอดขายได้มาก

5. การติดตามเทรนด์คำพูดจากละคร เพื่อนำมาเป็นแนวเขียนบทความ SEO ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเขียนบทความที่เกี่ยวข้องกับความงาม ไลฟ์สไตล์ ฯลฯ เข้าถึงกลุ่มคนเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นใหม่ได้ดี ทำให้สร้างความรู้สึกใกล้ชิดกับแบรนด์ ซึ่งจะได้รับการบอกต่ออย่างรวดเร็ว

6. การเปิด Account ในหลาย ๆ แพลตฟอร์มเพื่อการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเพจใน Facebook การสร้างทวิตเตอร์ เพื่อแจ้งข่าวสารใหม่ ๆ การทำเพจใน Instagram ที่มีคลิปน่าสนใจ เพื่อให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายติดตามเข้ามาชมรายละเอียดในเว็บไซต์ทางธุรกิจ

หวังว่า เทคนิคการตลาดออนไลน์ 2019 ที่เรานำมาเสนอนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการธุรกิจออนไลน์ทุกท่านในการนำไปพัฒนาให้ประสบความสำเร็จได้ดียิ่งขึ้นตลอดปี

คำแนะนำจากกูรูทางการตลาด

วิธีการตลาดออนไลน์แบบไหนเหมาะกับยุคสมัย

กลยุทธ์การตลาดแบบใดที่เหมาะกับยุคสมัย

ทุกธุรกิจเผชิญการแข่งขันดุเดือด แบรนด์เกิดใหม่เติบโตยากลำบาก แต่การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคทำให้ธุรกิจใหม่มีโอกาสแจ้งเกิดด้วยแผนการตลาดออนไลน์ที่มีด้วยกันหลายรูปแบบ ดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาหาธุรกิจรวดเร็วและง่ายดายยิ่งขึ้น

มาดูกันว่ามีกลยุทธ์การตลาดแบบใดที่เหมาะกับยุคสมัยปัจจุบันและในทศวรรษหน้า

1.เมื่อพูดถึงกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ ดูเหมือน SEO เป็นรูปแบบยอดนิยมตลอดกาล นักการตลาดดิจิทัลยังคงแนะนำว่าไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการทำ SEO ควรทำความเข้าใจวิธีการทำให้เว็บไซต์ติดอันดับและปรับปรุงแผนการตลาดให้ไปได้สวยกับอัลกอริทึมที่แท้จริงของ Google หากต้องการให้ธุรกิจประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว เข้าไปอยู่ในอันดับต้น ๆ ของ Google ได้ควรวางใจให้ผู้เชี่ยวชาญจัดการทำ SEO ให้ในตอนแรกจะดีกว่า หลังจากนั้นเจ้าของธุรกิจควรเรียนรู้พื้นฐานว่ามีปัจจัยอะไรส่งผลลัพธ์ต่อ SEO รวมถึงการใช้ลิงก์ภายนอกหรือ Backlink อย่างปลอดภัย ไม่เสี่ยงทำคอนเทนต์ซ้ำ ๆ และไม่มีคุณภาพออกมา เพราะ Google จะบอกว่าเป็นบทความที่ลอกมาและถูกปรับอันดับแย่ลง เทคนิคต่าง ๆ ที่เคยใช้ตลอดหลายปีที่ผ่านจะใช้ไม่ได้อีกต่อไป ขณะนี้ Google กำลังติดป้ายกำกับว่าไม่ปลอดภัย ทำให้เว็บไซต์ไม่ติดอันดับในเครื่องมือค้นหา จำเป็นต้องเปลี่ยนวิธีการที่ล้าสมัยทั้งหมด

2.การทำการตลาดผ่านเครื่องมือค้นหาบนอินเทอร์เน็ต หรือ SEM เป็นวิธียอดนิยมสำหรับธุรกิจที่ยังใหม่ต่อการตลาดออนไลน์ผ่านเสิร์ชเอ็นจิ้น โดยใช้วิธีการโฆษณาแบบชำระเงิน ก่อนอื่นต้องหาความรู้ก่อนว่ามีกระบวนการทำงานอย่างไร เมื่อเข้าใจแล้วจ้างผู้เชี่ยวชาญช่วยทำในด้านนี้ ทำความเข้าใจกันว่าต้องการโฆษณาแบบข้อความ, รูปภาพ, วิดีโอบน YouTube หรือโฆษณาบนมือถือเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ต้องการโดยตรง ทีมงานมืออาชีพจะติดตามว่าโฆษณาของคุณทำงานได้ดีและมีผลตอบรับมากน้อยอย่างไร มองทางเลือกในการโฆษณาแบบเสียค่าใช้จ่ายหลายรูปแบบ โดยเฉพาะโฆษณาบน Facebook ทำให้มีโอกาสเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายยิ่งขึ้น

3.การตลาดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เป็นช่องทางที่ได้รับความสนใจมากที่สุด ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหลังจากได้โพสต์เนื้อหาลงในโซเชียลมีเดียแล้วถูกใจผู้อ่าน จะมีการแบ่งปันข้อมูล กดไลค์ และกดติดตามง่ายและรวดเร็ว ทำให้ต้องเน้นว่าจะทำโฆษณาทางโซเชียลมีเดียอย่างไรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในปีนี้และทศวรรษหน้า ทุกวันนี้มีเครื่องมือและระบบอัตโนมัติมากมายที่ช่วยตั้งค่าการโพสต์เนื้อหาตามเวลาที่มีคนเปิดอ่านมากที่สุด การจ้างผู้เชี่ยวชาญที่รู้พฤติกรรมของผู้บริโภคเข้ามาจัดการโพสต์จะช่วยให้โฆษณาได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยที่ลูกค้าไม่รู้สึกว่าถูกยัดเยียด เจ้าของธุรกิจจะต้องดูแลเนื้อหาคอนเทนต์บางส่วนเพื่อนำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์และน่าสนใจ ไม่ใช่ว่าเน้นการขายอย่างเดียว พยายามอัปเดตบ่อย ๆ เพราะโซเชียลมีเดียเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการทำธุรกิจในปัจจุบันและอนาคต

4.การตลาดออนไลน์รูปแบบ Content Marketing มีความสำคัญกับการทำเว็บไซต์ให้คนรู้จักมาก เพราะเนื้อหาบทความเป็นส่วนสำคัญในการดึงดูดผู้ชมเป้าหมายให้ติดตามลิงก์จากโซเชียลมีเดียเข้ามาอ่านเพิ่มเติมในเว็บไซต์ทางการ ซึ่งเปิดช่องทางให้ค้นหาสินค้าหรือบริการที่ตรงใจมากขึ้น การเขียนคอนเทนต์จึงต้องน่าอ่านและมีประโยชน์เกี่ยวข้องกันเพื่อทำให้คุ้มค่ากับเวลาที่ติดตามอ่าน ผู้เชี่ยวชาญการตลาดแนะนำให้เน้นแนวทางการเขียนแบบ How to ที่หลายคนชื่นชอบและตอบโจทย์ผู้อ่านได้ดี มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อโดยตรง นอกจากเนื้อหาดีแล้วยังต้องเหมาะกับการโพสต์บนอุปกรณ์มือถือซึ่งจะที่มีอิทธิพลทางการตลาดโดยอัตโนมัติ

วิธีการตลาดออนไลน์แบบไหนเหมาะกับยุคสมัย

กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ที่ธุรกิจสตาร์ทอัพควรรู้

กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ที่ธุรกิจสตาร์ทอัพควรรู้

แนวคิดการทำธุรกิจสตาร์ทอัพกำลังเป็นที่นิยม เพราะมีการลงทุนต่ำและการนำเสนอที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใครส่งผลให้กิจการเติบโตรวดเร็วตั้งแต่เริ่มต้น จึงมีการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ทุกวันซึ่งพลิกโฉมธุรกิจดั้งเดิมให้มีความทันสมัยมากขึ้นและคล่องในเวลาเดียวกัน สามารถปรับตัวรวดเร็วทันกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่พลิกไปมาตลอดเวลา ขณะเดียวกันยังต้องอาศัยความเชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง

การทำธุรกิจแบบสตาร์ทอัพไม่ต้องมีแบบแผนเหมือนกับธุรกิจแบบ SME เน้นรูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ ใช้ช่องทางโปรโมทแบรนด์บนอินเทอร์เน็ตอย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของกิจการควรรู้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า มีดังนี้

1.โปรโมทผ่านโซเชียลมีเดีย

ในปัจจุบันกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ทางโซเชียลมีเดียประสบผลสำเร็จและมีการเข้าชมมากที่สุด เนื่องจากเปิดโอกาสให้ลูกค้ามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เริ่มตั้งแต่สอบถามข้อมูล รีวิวสินค้า แสดงความคิดและข้อเสนอแนะ ตลอดจนการแชร์บอกต่อกันทางโลกโซเชียล การตลาดออนไลน์ไม่เพียงเจาะเข้าใกล้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายมากขึ้นเท่านั้น ยังเข้าใจความต้องการของลูกค้า สื่อสารเข้าใจและสนองตอบได้ตรงใจ ซึ่งเรื่องนี้จำเป็นต่อการเติบโตของสตาร์ทอัพมากทีเดียว

2.ดึงดูดรายใหม่ทั่วโลก

การตลาดออนไลน์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การขายสินค้าและบริการ แต่ครอบคลุมถึงการโปรโมทแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก โดยเฉพาะธุรกิจสตาร์ทอัพที่นำเสนอความแปลกใหม่และโดดเด่นเหนือคู่แข่งในตลาดเดียวกัน ผู้ประกอบการรุ่นใหม่จะเห็นความสำคัญของการตลาดออนไลน์ที่จะสร้างช่องทางเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ง่าย เนื่องจากผู้บริโภคยุคใหม่ท่องโลกผ่านมือถือและแท็บเล็ต การทำตลาดผ่านโซเชียลมีเดียและอีเมลจึงสื่อสารกับผู้บริโภคได้ดีและเข้าถึงความต้องการของผู้คนในทุกมุมโลก สามารถแจ้งเตือนข่าวสารรวดเร็ว รวมทั้งสร้างการจดจำแบรนด์มากขึ้น จึงดึงดูดความสนใจลูกค้ารายใหม่ได้ง่าย

3.เข้าใจลูกค้าดีขึ้น

ธุรกิจสตาร์ทอัพควรใช้ประโยชน์ของกลยุทธ์การตลาดออนไลน์เจาะเทรนด์ความต้องการของลูกค้า โดยการสื่อสารเชื่อมต่อเพื่อทำความรู้จักเป้าหมายมากขึ้น รู้เท่าทันความต้องการว่าลูกค้ามีความคาดหวังอะไร เพื่อที่จะตอบสนองความต้องการเป็นรายบุคคลได้ตรงจุดและทำให้เกิดความพึงพอใจมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ข้อมูลที่รวบรวมมายังช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อและทำนายการตัดสินใจซื้อในอนาคตได้เช่นกัน พยายามปรับแผนการผลิตสินค้าและการบริการที่สอดคล้องกับความพอใจของลูกค้าเสมอจะเป็นปัจจัยสำคัญนำไปสู่ความสำเร็จทางธุรกิจในระยะยาวการทำธุรกิจแบบสตาร์ทอัพไม่ต้องมีแบบแผน

4.การตลาดบนมือถือผลักดันความสำเร็จ

การทำตลาดบนมือถือเป็นอีกเรื่องสำคัญที่เจ้าของธุรกิจต้องเรียนรู้ เพราะเข้าถึงลูกค้าได้ทุกที่ทุกเวลาอย่างที่สื่อดั้งเดิมอย่างที่หนังสือพิมพ์ นิตยสาร และโทรทัศน์ทำไม่ได้ ทุกวันนี้อัตราการใช้โทรศัพท์มือถือและการเข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์เพิ่มขึ้นหลายเท่า การใช้มือถือก็สะดวกรวดเร็วกว่าคอมพิวเตอร์พีซี. การตลาดออนไลน์จึงไม่เพียงแต่เป็นศูนย์กลางโลกดิจิตอลยุคใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นสื่อกลางที่ลดช่องว่างระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อ ถือเป็นส่วนสำคัญสำหรับธุรกิจสตาร์ทอัพที่ต้องการยกระดับแบรนด์ให้โดดเด่นกว่าคู่แข่ง เพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้อย่างมหาศาลโดยใช้ต้นทุนน้อยกว่าเดิมมาก ทำให้เกิดความได้เปรียบธุรกิจอื่น ๆ ที่ยังคงพึ่งพาโฆษณาการตลาดแบบดั้งเดิมซึ่งต้องจัดสรรงบประมาณค่าใช้จ่ายจำนวนมหาศาล การตลาดออนไลน์ไม่เพียงลดค่าใช้จ่ายทางการตลาดตั้งแต่เริ่มต้นเท่านั้น ยังเพิ่มคุณค่าให้แบรนด์ด้วย

วิธีทำการตลาดออนไลน์แบบมืออาชีพ 2019

วิธีทำการตลาดออนไลน์แบบมืออาชีพ 2019

การตลาดออนไลน์ เป็นสิ่งที่จำเป็นมากในปัจจุบัน เนื่องจากระบบอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีการสื่อสารความเร็วสูงทำให้การซื้อขายสินค้า เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมงทั่วโลก หากคุณมีสินค้าดีแต่ไม่สามารถทำการตลาดให้เป็นที่รู้จักและสะดุดตาลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ โอกาสที่จะขายสินค้าได้ก็จะน้อยลงมัน ทั้งยังเสียลูกค้าไปให้กับบริษัทคู่แข่งด้วย

ในบทความนี้ เราจึงได้รวบรวมวิธีทำการตลาดออนไลน์แบบมืออาชีพมาฝากกัน เพื่อให้นักธุรกิจออนไลน์ทุกท่านสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างเห็นผล

1. การเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย การที่จะทำให้มีคนรู้ว่าคุณเปิดบริษัทให้บริการหรือขายสินค้าใดอยู่เป็นสิ่งจำเป็น นักการตลาดมืออาชีพแนะนำให้เข้าหากลุ่มลูกค้าโดยวิธีการ 2 แบบ คือ

– การทำ Inbound Marketing ดึงดูดคนให้เข้ามาสู่เว็บไซต์ของคุณ เช่น การทำเว็บไซต์แบบ SEO หรือ Search Engine Optimization เพื่อให้มีการจัดอันดับที่ดีขึ้นใน Search Engine อย่าง Yahoo Google ร่วมกับการเปิดช่องทางสื่อสารที่ใกล้ชิดกับผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตมากขึ้น คือ ทาง Facebook YouTube และ Instagram

– การทำ Outbound Marketing คือ การทำโฆษณาผ่านสื่อรูปแบบต่าง ๆ ในอดีตจะหมายถึงการซื้อพื้นที่โฆษณาในวิทยุ โทรทัศน์ ช่องเคเบิ้ล แต่ปัจจุบันควรเน้นไปที่การโฆษณาที่มีต้นทุนต่ำ แต่มีประสิทธิภาพสูงในการเข้าถึงกลุ่มคน คือ Facebook Ads และ Google Ads เป็นต้น

2. การทำเนื้อหาในเว็บไซต์หรือ Content SEO ให้น่าสนใจ ควรมีทีมงานผู้ผลิตเนื้อหาและช่างภาพประจำ เพื่อทำความเข้าใจแบรนด์ ตัวสินค้าหรือบริการที่ต้องการสื่อสารไปให้ผู้ชมได้เป็นอย่างดีและต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้สร้างความเป็นเอกลักษณ์ให้แก่เว็บไซต์และแบรนด์ของคุณได้ดียิ่งขึ้น
ทั้งนี้ใน Content ต้องใช้ keyword SEO ที่ตรงกับการสืบค้นของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายด้วย จึงจะมีโอกาสสืบค้นเจอได้ง่ายจาก Google และ yahoo

ตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ คือ บล็อกของ The Standard และลงทุนแมน ที่มีการนำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจผ่านนักเขียนที่มีฝีมือ สามารถนำเสนอทั้งเนื้อหาคู่กับภาพที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นจนทำให้เป็นที่รู้จักได้อย่างรวดเร็ว

3. การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า ไม่มีบริษัทใดต้องการที่จะได้เพียงลูกค้าขาจร บริษัทมักจะเติบโตได้เมื่อมีลูกค้าประจำเป็นฐานลูกค้าเดิมควบคู่กับการขยายฐานลูกค้าใหม่ไปเรื่อย ๆ เทคนิคที่ดี ได้แก่ การสร้างแคมเปญหรือโปรโมชั่นที่กระตุ้นความมีส่วนร่วมเช่น ให้ลูกค้าแสดงความคิดเห็น หรือตอบคำถามในหน้าเว็บไซต์เพื่อรับของที่ระลึก เป็นต้น

การทำเว็บไซต์แบบ SEO

จะเห็นได้ว่า วิธีการทำการตลาดออนไลน์ในปัจจุบันมีอยู่หลากหลาย ซึ่งสามารถผสมผสานเข้าด้วยกันได้ หวังว่าตัวอย่างที่กล่าวมาจะเป็นแนวทางให้ทุกท่านนำไปปรับใช้เพื่อให้ธุรกิจเติบโตได้ดียิ่งขึ้น

การตลาดออนไลน์ สำหรับไทยแลนด์ 4.0 มีอะไรน่าสนใจ

การตลาดออนไลน์ สำหรับไทยแลนด์ 4.0 มีอะไรน่าสนใจ

จะทำธุรกิจใดก็ตามในยุคไทยแลนด์ 4.0 จำเป็นต้องมีการปรับตัวให้ทันสมัยตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ซึ่งการตลาดออนไลน์สำหรับสร้างความสำเร็จแก่ธุรกิจอย่างรวดเร็วตามเป้าหมาย จะมีอะไรน่าสนใจบ้าง มาดูพร้อมกันเลย

การตลาดออนไลน์ สำหรับไทยแลนด์ 4.0

การตลาดออนไลน์ คืออะไร

การตลาดออนไลน์ คือ การเจาะกลุ่มลูกค้า หรือผู้บริโภคผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์ เช่น สัญญาณอินเทอร์เน็ต wifi เครือข่าย 4G ซึ่งสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความฉับไว รวดเร็ว ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งในยุคไทยแลนด์ 4.0 เป็นช่วงเวลาแห่งการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมไอที จึงกล่าวได้ว่าเป็นปีแห่งการขับเคลื่อนธุรกิจออนไลน์แบบก้าวกระโดดมากกว่าที่เคย

การตลาดออนไลน์ ยุคไทยแลนด์ 4.0 ต้องสนใจกลยุทธ์อะไรบ้าง

กลยุทธ์ที่นักธุรกิจยุคไทยแลนด์ 4.0 จำเป็นต้องสนใจเป็นสิ่งที่ Philip Kotler นักการตลาดระดับโลกกล่าวไว้ คือ หลักการ 5A ดังนี้

A1 คือ Awareness (การรู้จักแบรนด์) เป็นการสร้างความรับรู้สินค้า เช่น หากคุณจะเปิดร้านขายดอกไม้ออนไลน์ จะทำอย่างไรให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายรู้ว่ามีแบรนด์คุณเป็นร้านดอกไม้น้องใหม่ในปี 2019

A2 คือ Appeal (ความดึงดูดใจ) คือ การตั้งโจทย์ว่าจะสร้างความจดจำอย่างไร ให้ผู้บริโภคนึกถึงว่า ถ้าจะสั่งซื้อดอกไม้ให้แฟนจะต้องเป็นแบรนด์ของคุณเท่านั้น

A3 คือ Ask (การมีคำถาม) จงดีใจเมื่อลูกค้าตั้งคำถาม เพราะแสดงถึงว่าลูกค้าอยากทราบรายละเอียดหรือมีจุดประสงค์/ปัญหาบางอย่างที่ต้องการสินค้าที่ตอบโจทย์ได้จริง ๆ

A4 คือ Act (การซื้อ) เมื่อลูกค้าได้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าเป็นที่พอใจ และตัดสินใจทดลองสั่งซื้อสินค้าแล้ว ก็เท่ากับว่าเป็นโอกาสของบริษัทในการนำเสนอความประทับใจหลังการขายที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

A5 คือ Advocate (การบอกต่อ) เป็นพลังทั้งทางบวกและลบได้ในขณะเดียวกัน หากสินค้าและการบริการดีเป็นที่ประทับใจจนเกิดการรีวิวและบอกต่อ โดยเฉพาะจากบรรดา influencer ใน YouTube twitter และ facebook ก็จะเป็นแรงส่งที่ดีต่อฐานลูกค้าที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ และผู้ที่ต้องการความหลากหลายในสินค้าที่แหวกแนวจากตลาดแบบดั้งเดิม

การมีแอพพลิเคชั่น ช่วยการตลาดออนไลน์ได้มากแค่ไหน

การมีแอพพลิเคชั่นที่ใช้งานง่ายและสวยงาม มีผลเชิงบวกต่อภาพลักษณ์และการขยายฐานการตลาดให้กว้างยิ่งขึ้น โดยหากมีการระบุ location จาก GPS เชื่อมโยงระหว่างโลกออนไลน์กับหน้าร้านจริง ก็จะยิ่งทำให้มีความน่าเชื่อถือและเพิ่มยอดลูกค้าได้เป็นทวีคูณ

การตลาดออนไลน์ สำหรับไทยแลนด์

จะเห็นได้ว่า การตลาดออนไลน์ในยุคไทยแลนด์ 4.0 นักธุรกิจรุ่นใหม่ต้องใส่ใจในการประยุกต์กลยุทธ์การตลาด 5A ที่มีแบบดั้งเดิมเข้ากับการขายสินค้าและการโปรโมตสินค้าผ่านช่องทางใหม่ ๆ เพื่อให้เข้าถึงลูกค้ายุค millennium ให้มากที่สุด จึงจะประสบความสำเร็จดังหวัง

การตลาดออนไลน์เพื่อคนยุคใหม่ ต้องรู้อะไรบ้าง?

การตลาดออนไลน์เพื่อคนยุคใหม่ ต้องรู้อะไรบ้าง

ในปี 2018 เป็นปีที่มีการขยายตัวของเศรษฐกิจแบบออนไลน์อย่างมาก เรียกได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับนักการตลาดออนไลน์ยุคใหม่ที่พร้อมเก็บเกี่ยวและมุ่งมั่นที่จะพัฒนาฝีมือเพื่อเสริมสร้างมูลค่าทางธุรกิจออนไลน์ที่เพิ่มสูงขึ้น ท่ามกลางภาวะการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต

การตลาดออนไลน์เพื่อคนยุคใหม่

ซึ่งในปัจจุบัน การตลาดออนไลน์ หรือ online Marketing สามารถแบ่งออกได้เป็นสามช่องทางหลัก คือ

1. การตลาดบนระบบของเครื่องมือสืบค้นทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ search Engine Marketing ซึ่งต้องเรียนรู้ว่าควรทำเช่นไร จึงจะสามารถทำให้เว็บไซต์ขายสินค้าและบริการของ เราพุ่งทะยานขึ้นสูงอันดับต้น ๆ ของคีย์เวิร์ดสืบค้นนั้น ๆ

2. การตลาดผ่านช่องทางเฉพาะกลุ่มเป้าหมายอย่างอีเมล์ หรือ email Marketing เป็นเทคนิคที่ลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการจ้างงาน และสามารถส่งอีเมล์ข่าวสารได้สู่กล่องข้อความของผู้บริโภคแต่ละคนด้วยความรวดเร็ว ซึ่งหากลูกค้ากลุ่มเป้าหมายมีความสนใจ ก็จะคลิกลิ้งค์ และเลือกดูโปรโมชั่นและโปรแกรมของสินค้า-งานบริการที่สนใจได้ในทันที

3. การตลาดบนสังคมโซเชียล อย่างทวิตเตอร์ เฟสบุ๊ค อินสตราแกรม หรือเรียกรวม ๆ ว่า social Marketing เป็นช่องทางที่ทรงอิทธิพลอย่างยิ่งในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นช่องทางที่ใช้งานง่ายผ่านหน้าจอมือถือ และคนกลุ่มมิลเลนเนียมซึ่งเป็นลูกค้ากลุ่มใหญ่ในขณะนี้ ก็มีความเชื่อมั่นในการนำเสนอของเหล่า influencer ที่เป็นบุคคลธรรมดามากกว่าดารานักแสดง อย่างในอดีต

การตลาดออนไลน์เพื่อคนยุคใหม่ ต้องรู้

แนวทางที่สำคัญของการตลาดออนไลน์ ที่จะทำให้ประสบความสำเร็จได้ ทั้งด้าน ชื่อเสียงของเว็บไซต์และยอดขาย ต้องมีองค์ประกอบครบทุกด้าน ดังนี้

1. การเข้าใจในหลักการทำ SEO และ SEM ซึ่งจะทำให้เว็บไซต์หนึ่ง ๆ ขึ้นสู่อันดับ 1 ถึง 10 ของผลลัพธ์การหาในกูเกิ้ล ยาฮู บิง ฯลฯ

2. การที่จะผลักดันให้เว็บไซต์หนึ่ง ๆ สามารถถูกสืบค้นได้โดยง่ายนั้น ต้องให้ความสำคัญทั้งส่วน online webpage และ Offline Webpage รวมไปถึงการเลือก Hosting กับบริษัทเอกชนชั้นนำที่มีระบบ Server ที่ดีและมีบริการช่วยเหลือแบบ On Call เพื่อสนับสนุนกิจการของเว็บไซต์ตลอดเวลา

3. มีการวิจัยความต้องการของเทรนด์ของผู้บริโภคสม่ำเสมอ โดยเฉพาะส่วนของคำที่จะใช้เป็นคีย์เวิร์ดที่ต้องมีประสิทธิภาพสูง ซึ่งควรปรากฏอยู่ในหลาย ๆ ตำแหน่งของเว็บไซต์ด้วย ได้แก่ ส่วนชื่อบทความ ชื่อลิ้งค์ ชื่อภาพประกอบในเว็บไซต์ เป็นต้น

ควรมีการทำเนื้อหาและชื่อลิ้งค์ต่าง ๆ เป็นหลายภาษาเพื่อรองรับการสืบค้นจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายทั่วทุกมุมโลก ตลอด 24 ชั่วโมง

คงจะเห็นแล้ว ว่าการตลาดออนไลน์ที่ประสบความสำเร็จไม่ใช่เรื่องบังเอิญ จำเป็นต้องผ่านกระบวนการเรียนรู้และวิจัยตลาด ศึกษาเทรนด์และความนิยมของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ แต่ก็มิใช่เรื่องยากจนเกินไปที่จะศึกษาและเริ่มสั่งสมประสบการณ์เสียแต่วันนี้ เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายของการตลาดออนไลน์ ทั้งด้านชื่อเสียงและยอดขายได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

ธุรกิจขนาดเล็กต้องทำการตลาดออนไลน์อย่างไร

ธุรกิจขนาดเล็กต้องทำการตลาดออนไลน์อย่างไร

สำหรับ ธุรกิจขนาดเล็ก การตลาดออนไลน์เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ต้องรู้ว่าควรทำอะไรและเริ่มต้นที่ไหน เจ้าของกิจการหลายคนยังคงสับสน เพราะสิ่งที่เหมาะกับธุรกิจหนึ่งอาจไม่ได้ผลกับธุรกิจอื่น เจ้าของธุรกิจต้องค้นหากลยุทธ์การตลาดและวิธีที่เหมาะกับธุรกิจของตนเอง เมื่อพูดถึงการทำตลาดทางอินเทอร์เน็ต มี 5 เคล็ดลับจะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จไม่ว่าคุณจะใช้เครื่องมือหรือแพลตฟอร์มอะไรอยู่

ทำอย่างไรถึงจะประสบความสำเร็จ

1.เริ่มด้วยเป้าหมายในใจ

เมื่อพูดถึงการตลาดทางอินเทอร์เน็ต สิ่งที่คุณควรทำเหมือนกับสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตคือเริ่มต้นด้วยเป้าหมายในใจ ควรกำหนดเป้าหมายที่ต้องการ มองหาเป็นลูกค้ามากขึ้น ทำอย่างไรจึงมีผู้เข้าชมเว็บไซต์ของคุณมากขึ้น โปรโมทแบบไหนที่จะทำให้ลูกค้ารับรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของคุณมากขึ้น กุญแจการทำตลาดออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จคือการสร้างเป้าหมายขนาดเล็กก่อน เพื่อนำไปสู่เป้าหมายใหญ่ที่ต้องการ ในตอนแรกควรกำหนดเป้าหมายที่สมเหตุสมผลและเป็นไปได้ง่าย

2.คิดใหม่ทำใหม่ เป็นผู้นำทางความคิด

ในอินเทอร์เน็ตมีบทความมากมาย คนอ่านจะเลือกอ่านสิ่งสำคัญที่สุด คุณจะต้องเป็นผู้นำทางความคิดหรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อสยายปีกให้ได้รับความไว้วางใจในวงการธุรกิจที่เกี่ยวข้อง คุณจำเป็นต้องเขียนบทความที่มีคุณภาพ การโพสต์เนื้อหาในบล็อกธุรกิจของคุณอย่างต่อเนื่อง ควรนำเสนอไอเดียแปลกใหม่และมีข้อมูลดีที่สุด เป็นวิธีการดึงดูดผู้คนเข้ามาที่เว็บไซต์จำนวนมาก ด้วยความเชื่อถือและไว้วางใจ ซึ่งเป็นประโยชน์และให้ข้อมูลสำหรับลูกค้าให้ดีที่สุด

3.ปรับปรุงเว็บไซต์ให้เหมาะสม

เพียงแค่มีเว็บไซต์เป็นช่องทางสื่อสารที่สะดวก ถือว่ายังไม่ดีพอในปัจจุบัน เพราะใคร ๆ ก็มีเว็บไซต์ทั้งหมด คุณจะทำเป็นเล่น ๆ ละเลยเว็บไซต์ไม่ได้ ต้องตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง เหมือนกับการตรวจเช็ครถยนต์ ถ้าต้องการให้ขับอย่างราบรื่น ไม่เกิดปัญหา จำเป็นต้องประเมินผลและปรับปรุงอยู่เสมอ เพิ่มประสิทธิภาพเว็บไซต์โดยการทำ SEO ที่ดีช่วยให้ลูกค้าเป้าหมายเข้ามาเยี่ยมชมทางออนไลน์มากขึ้น

ทำอย่างไรถึงจะประสบความสำเร็จ

4.ทำ SEO เพิ่มจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์

การทำ SEO มีหลายวิธี ตั้งแต่การออกแบบโครงสร้างเว็บไซต์ให้ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน โหลดเร็ว รองรับการใช้งานหน้าจอมือถือ พร้อมกับการเลือกคีย์เวิร์ดแทรกในบทความให้ตรงกับคีย์เวิร์ดที่ผู้ใช้ค้นหา มีหลายทางเลือกและแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่สามารถนำมาใช้เพื่อเพิ่มปริมาณการเข้าชมเว็บไซต์มากขึ้น

5.เชื่อมต่อเว็บไซต์กับโซเชียลมีเดีย

การตลาดบนอินเทอร์เน็ตควรเชื่อมโยงช่องทางต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เช่น โพสต์บทความในเฟซบุ๊กแล้วทำลิงก์เชื่อมกับในเว็บไซต์ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน สามารถโปรโมทเนื้อหาผ่านช่องทางต่าง ๆ กระจายข้อความเกี่ยวกับโปรโมชั่น ที่อยู่และชื่ออีเมลบนโซเชียลมีเดีย ผสมผสานเทคนิคทางการตลาดแบบออฟไลน์กับกลยุทธ์ทางการตลาดทางอินเทอร์เน็ตได้อีกด้วย เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด

6.ให้เนื้อหาผู้ชมของคุณที่พวกเขาต้องการ

กลยุทธ์การตลาดบนอินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่ไม่เน้นการโฆษณาสินค้าโดยตรง แต่สร้างคอนเทนต์ที่น่าอ่านและให้ประโยชน์กับลูกค้า ถือเป็นการทำตลาดที่สิ่งสำคัญและมีศักยภาพในการดึงดูดผู้ชมที่กำลังพิจารณาให้ตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น

การตลาดออนไลน์ กับหนทางรอดของธุรกิจขนาดเล็ก

หนทางรอดของธุรกิจขนาดเล็ก

ท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจรุมเร้ารอบด้านการผลักดันธุรกิจขนาดเล็กให้เติบโตอย่างมั่งคงไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากการแข่งขันที่รุนแรงจากแบรนด์ใหญ่ที่เป็นเจ้าตลาดมีฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งแล้ว หรือคู่แข่งระดับเดียวกันที่พยายามอัดโปรโมชั่นลด แลก แจก แถม เพื่อหนีตายให้อยู่รอดต่อไปได้ ดังนั้นในปีแรกๆ ธุรกิจขนาดเล็กควรกำหนดกลยุทธ์การตลาดเพื่อเข้าถึงลูกค้าที่มองหาผลิตภัณฑ์และบริการทางเว็บไซต์ให้มากที่สุด

ด้วยแนวโน้มทางการตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป การอัปเดตข้อมูลทุกวันกลายเป็นสิ่งจำเป็น ความล้มเหลวทางธุรกิจส่วนใหญ่เกิดจากเว็บไซต์นิ่งเกินไป แบรนด์ธุรกิจขนาดเล็กยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ควรสอบถามว่าลูกค้าต้องการอะไรและพร้อมปรับเปลี่ยนให้ทันความต้องการของลูกค้าตลอดเวลา เราเติบโตจากรากฐานเล็ก ๆ ได้โดยใช้งบประมาณไม่มากนัก ใช้พื้นที่ดิจิตอลให้เกิดประโยชน์ในการทำตลาดออนไลน์ให้ดีที่สุด เพื่อขยายธุรกิจขนาดเล็กให้กลายเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ โดยใช้เทคนิคเหล่านี้

การไลฟ์ขายสินค้าทำให้แบรนด์สามารถเชื่อมต่อกับผู้ชมได้แบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนจากทุกมุมโลก สามารถเสนอขายสินค้าถ่ายทอดสดผ่านวิดีโอสตรีมมิ่ง ซึ่งเป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุด มีผลกระทบต่อผู้ชมจำนวนมาก เนื่องจากเนื้อหาไม่ได้รับการแก้ไข แต่เกิดขึ้นในเวลาจริง หากเตรียมตัวมาไม่ดีจะต้องมีไหวพริบในการแก้ไขปัญหาอย่างปัจจุบันทันด่วน มีข้อมูลสามารถตอบคำถามลูกค้าได้ดีที่สุด หากคุณนำเสนอบริการหรือผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่น ควรกำหนดกลยุทธ์การตลาดเพื่อสนองความต้องการของลูกค้าในท้องถิ่น เช่น ขายเสื้อกันหนาวในภาคเหนือหรือภาคอีสานตอนบน เป็นสิ่งที่เว็บไซต์ของธุรกิจขนาดเล็กควรทำ โดยตรวจสอบรายการสินค้าใน Google My Business เพื่อตรวจสอบความต้องการลูกค้าท้องถิ่น ช่วยให้ขายสินค้าได้ง่ายขึ้น

ธุรกิจขนาดเล็กควรปรับเว็บไซต์ที่เหมาะกับการใช้งานบนมือถือ ถ้าใช้เวลาโหลดนานอาจมีผลกระทบอย่างมากต่อลูกค้าที่เข้าชมเว็บไซต์ของคุณ อาจทำให้ลูกค้าไม่พอใจและหันไปมองหาเว็บไซต์หรือธุรกิจอื่นที่เสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการเดียวกัน การทำ SEO เป็นวิธีการเบื้องต้นที่จะปรับปรุงเนื้อหาเว็บไซต์ให้ลูกค้าค้นหาสิ่งที่ต้องการได้ง่าย โดยใช้คีย์เวิร์ดเกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการ ขณะเดียวกันยังทำให้ผู้ที่ค้นหาสินค้าในกูเกิลใช้คีย์เวิร์ดค้นเจอเว็บไซต์ของคุณทางอินเทอร์เน็ตได้ง่ายขึ้นด้วย

ในสังคมทุกวันนี้ทุกธุรกิจคนต้องพึ่งพาอินเทอร์เน็ตเพื่อการทำตลาดออนไลน์ เว็บไซต์ของ SME จำเป็นต้องเข้าใจถึงความสำคัญของการมีตัวตนทางออนไลน์ ควรสำรวจความคิดเห็นของลูกค้าว่าต้องการปรับปรุงอะไรในเว็บไซต์ ให้ความสำคัญกับความคิดเห็นของผู้ใช้จะช่วยปรับปรุงสถานะปัจจุบันของเว็บไซต์ให้ประสบการณ์ที่ดีกับลูกค้าได้ดีขึ้น เพราะเป็นธุรกิจขนาดเล็กจึงมีโอกาสพบปัญหาท้าทาย เช่น งบประมาณไม่พอ เวลาและทรัพยากรมีอยู่อย่างจำกัด หากไม่ได้วางแผนธุรกิจอย่างละเอียดอาจทำให้เสียเวลามากขึ้น สิ้นเปลืองทรัพยากรมากขึ้น เจ้าของธุรกิจต้องทุ่มเทในช่วงเริ่มต้น เรียนรู้หนทางทำการตลาดออนไลน์ผ่านโซเชียลมีเดียที่จะขยายฐานลูกค้าให้มากขึ้น ทำให้ลูกค้าพอใจและอยู่กันไปอีกนาน