เริ่มทำการตลาดออนไลน์ ช่องทางไหนดี

เริ่มทำการตลาดออนไลน์ ช่องทางไหนดี

การทำให้ธุรกิจเติบโต หรือทำให้ยอดขายเพิ่มมากขึ้นในยุคนี้ สิ่งสำคัญที่ต้องมีคือ การทำการตลาดออนไลน์ แต่การทำการตลาดออนไลน์สามารถทำได้หลากหลายทางมาก ถ้าสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำเว็บไซต์สำหรับธุรกิจ หรือเว็บไซต์ขายของออนไลน์ ควรเริ่มทำการตลาดออนไลน์จากช่องทางไหนดี วันนี้เรามีคำตอบ

ช่องทางการทำ การตลาดออนไลน์

เริ่มด้วยการทำ Search Engine Optimization (SEO) ซึ่งการทำ Search Engine Optimization (SEO) นั้นก็คือการทำให้เว็บไซต์ ติดอยู่ในอันดับต้น ๆ ของ Search Engine เช่น Google, Yahoo, Bing เป็นต้น ซึ่งเราจะเน้นที่ Google ยิ่งถ้าทำให้อยู่ในหน้าแรกจะยิ่งดีมาก เพราะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจ ซึ่งการจะทำ SEO ให้ติดอันดับดี ๆ นั้น ต้องเริ่มด้วยการทำให้เว็บไซต์มีคุณภาพ ให้ข้อมูลตรงกับคีย์เวิร์ด(Keywords) ที่คนมักค้นหา ซึ่งการจัดอันดับจะขึ้นกับระบบการจัดอันดับแสดงผลที่เรียกว่า ”Algorithm (อัลกอริทึม)” ซึ่งมีปัจจัยกว่า 100 ปัจจัยในการจัดอันดับ

ให้ความรู้ผ่าน Content การที่ทำให้เว็บไซต์ธุรกิจหรือเว็บไซต์ขายของจะติดตลาดนั้น ขึ้นกับจำนวนคนที่เข้ามาชม การให้ความรู้ผ่านการเขียนคอนเทนต์ลงในเว็บไซต์นั้นช่วยได้มาก เพราะเมื่อเป็นบทความให้ความรู้ที่โดนใจ เรามักจะส่งต่อหรือแชร์คนที่สนใจเหมือนกันในหมู่เพื่อนฝูงและครอบครัว คนรู้จัก ทำให้เพิ่มยอดคนที่สนใจเว็บไซต์เรามากขึ้น และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ง่ายขึ้น และการทำ Content สามารถใส่ Keyword ที่เราต้องการได้ เพื่อให้ค้นหาเจอง่ายขึ้น และช่วยผลักดันอันดับSEO ของเว็บไซต์บนหน้าผลการค้นหาของ Google ด้วย ยิงปืนนัดเดียว ได้นกหลายตัวเลยทีเดียว

แชร์ใน Social Media ยุคนี้ แทบจะหาคนที่ไม่เล่น Social Media ได้น้อยเต็มที ไม่ว่าจะเป็น Line, Facebook, IG, Twitter เป็นต้น Social Media จะช่วยคุณได้มาก เพราะมีการแชร์ การโพสต์ ส่งต่อตลอดเวลา ทำให้เว็บไซต์หรือผลิตภัณฑ์สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้ามากขึ้น

การโฆษณา จาก 3 วิธีด้านบน เป็นการกระทำที่ไม่ต้องเสียเงิน แต่วิธีการโฆษณานี้ เหมาะสำหรับคนที่มีเงินทุนสำหรับส่วนนี้ของธุรกิจ หรือคนที่ธุรกิจเริ่มอยู่ตัว ได้กำไรพอสำหรับการลงทุนทำโฆษณา ก็สามารถซื้อโฆษณาไม่ว่าจะเป็น

Google: Google Ad Words

Facebook: Facebook Ads

Line: LINE Broadcast

Youtube: Youtube Video Adsช่องทางการทำ การตลาดออนไลน์

ส่วนมากจะใช้กับการโปรโมทระยะสั้น เช่น ช่วงเทศกาลสำคัญ ปีใหม่ วาเลนไทน์ เป็นต้น เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ผู้คนเข้ามายังเว็บไซต์มากขึ้น

เมื่อเราสร้างการรับรู้ (Awareness) ให้กับกลุ่มคนที่สนใจแล้ว เมื่อเกิดการพิจารณาและเลือกซื้อสินค้า ก็จะกลายเป็นลูกค้า เมื่อนั้นก็ต้องมีการดูแลและให้บริการที่ดี เพื่อให้เกิดการซื้อซ้ำหรือการโฆษณาแบบปากต่อปากให้กับธุรกิจต่อไป เราสามารถทำทั้ง 4 ช่องทางไปพร้อม ๆ กันได้เลย เชื่อว่าถ้ามีความพยายามและขยัน ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้แน่นอน

ไขข้อข้องใจ เทรนด์การตลาดออนไลน์แบบไหนกำลังมาแรงในปี 2020

เทรนด์การตลาดออนไลน์มาแรงในปี 2020

ต้องยอมรับว่าการตลาดออนไลน์เป็นหนึ่งในช่องทางโปรโมทแบรนด์ที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เพราะนอกจากจะใช้ต้นทุนถูกกว่าการประชาสัมพันธ์ในโทรทัศน์ วิทยุ หรือการออกบูทตามงานต่าง ๆ แล้ว ยังเข้าถึงผู้ใช้อินเทอร์เน็ตได้ในวงกว้าง เนื่องจากคนส่วนใหญ่นิยมค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ผ่านทาง Search Engine อย่าง Google, Bing, Yahoo, Baidu หรือ Ask ด้วยเหตุนี้ทำให้เจ้าของแบรนด์และนักการตลาดต่างพยายามงัดกลยุทธ์เด็ด ๆ ออกมา เพื่อทำให้เว็บไซต์สินค้าของตัวเองติดหน้าแรกเมื่อถูกค้นหาบน Search Engine เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เทรนด์การตลาดออนไลน์จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา แต่เทรนด์การตลาดออนไลน์แบบไหนกำลังมาแรงในปี 2020 บ้างนั้น มาดูกันเลย

เทรนด์การตลาดออนไลน์มาแรงในปี 2020

ยุคแห่งข้อมูลที่ถูกต้อง

สำหรับการทำการตลาดออนไลน์ที่ผ่านมามุ่งเน้นไปที่ปริมาณข้อมูล คำค้น และจำนวนบทความ แต่เทรนด์การตลาดออนไลน์ในปีนี้นักการตลาดต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพของคอนเทนต์ที่ใช้เผยแพร่ลงในโลกอินเทอร์เน็ต ซึ่งคอนเทนต์ที่ดีต้องเป็นข้อมูลที่ถูกต้องและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องระวังการเผยแพร่ข้อมูลเท็จจำพวกข่าวปลอมและข้อมูลส่วนตัวของผู้บริโภคด้วย เพราะถือว่าเป็นหนึ่งในหน้าที่ต่อการรับผิดชอบต่อสังคมด้วย

วิดีโอและข้อความ

แน่นอนว่าหลายคนอาจคุ้นชินกับการทำการตลาดด้วยคอนเทนต์หรือบทความแบบที่มีเรื่องราว ซึ่งสามารถโพสต์หรือแชร์ในสื่อสังคมออนไลน์อย่าง Facebook, Instagram, Line หรือ Twitter ได้ แต่เมื่อพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลง ทำให้ความสนใจในคอนเทนต์ลดลง ทำให้อัตราการเปิดเข้าไปอ่านลดลงและหากไม่ใช่เรื่องที่ตัวเองสนใจหรือเป็นคอนเทนต์ที่ไม่ได้คุณภาพก็จะปิดลงทันที ดังนั้นการส่งวิดีโอหรือข้อความไปยังข้อความแชตจะช่วยกระตุ้นการรับรู้ ยอดขาย และตรงกลุ่มเป้าหมายลูกค้ามากขึ้น

ทำการตลาดออนไลน์ในหลาย ๆ ช่องทาง

หลายปีที่ผ่านมาเจ้าของแบรนด์ส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญกับสื่อโซเซียลอย่างเฟซบุ๊กมาเป็นอันดับหนึ่ง เหตุผลนั้นเป็นเฟซบุ๊กมีผู้ใช้งานเป็นจำนวนมากต่อเดือน แต่ในปี 2020 เจ้าของแบรนด์ไม่ควรมุ่งเป้าประชาสัมพันธ์ไปเพียงช่องทางเดียวเท่านั้น ในทางตรงกันข้ามควรทำการตลาดออนไลน์ผ่านช่องทางอื่น ๆ เช่น Google, Youtube, Instagram, Line, Twitter และ Tiktok เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและกลุ่มลูกค้าใหม่มากยิ่งขึ้น

เทรนด์การตลาดออนไลน์มาแรงในปี 2020

เป็นอย่างไรบ้าง สำหรับเทรนด์การตลาดออนไลน์ที่กำลังมาแรงในปี 2020 ที่เรานำมาฝาก อย่างไรก็ตาม นอกจากการให้ความสำคัญกับประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางการตลาดออนไลน์แล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่เจ้าของแบรนด์ต้องให้ความสำคัญควบคู่กันไปคือ การตลาดแบบออฟไลน์หรือหน้าร้าน ซึ่งเป็นช่องทางหลักของลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ที่วอล์คอินเข้ามาในร้าน เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างราบรื่น รักษาไว้ทั้งฐานลูกค้าเดิมและสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าใหม่ได้พร้อม ๆ กัน

การตลาดออนไลน์ – แนะนำแหล่งคอร์สเรียนการตลาดออนไลน์ ที่ไหนดี?

แนะนำแหล่งคอร์สเรียนการตลาดออนไลน์ ที่ไหนดีๆบ้าง

การตลาดออนไลน์ เป็นศาสตร์ที่มีความจำเป็นต่อเว็บไซต์ ร้านขายสินค้าออนไลน์ รวมถึงการให้บริการต่าง ๆ เนื่องจากการปัจจุบันการขายสินค้าและบริการบนโลกออนไลน์มีการแข่งขันค่อนข้างสูง การนำเทคนิคการตลาดออนไลน์มาใช้จะทำให้เกิดการมองเห็นร้านค้าหรือบริการผ่าน Search Engine มากขึ้น โดยการมองเห็นที่เพิ่มขึ้นย่อมทำให้ร้านค้ามีความหน้าเชื่อถือขึ้นด้วย

แม้ว่าในปัจจุบันจะมี Freelance ที่รับจ้างทำการตลาดออนไลน์มากมาย แต่ด้วยอัตราค่าจ้างที่ค่อนข้างสูงการลงเรียนในคอร์สการตลาดออนไลน์จึงเป็นทางเลือกที่สามารถนำมาพัฒนาเว็บไซต์ของตัวเองได้ รวมถึงยังสามารถนำมาสร้างรายได้เสริมด้วย ซึ่งคอร์สการตลาดออนไลน์ที่น่าสนใจสามารถหาดูได้จากแหล่งต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

คอร์สการตลาดออนไลน์ที่น่าสนใจ

– Skilllane.com เป็นเว็บไซต์รวมคอร์สเรียนออนไลน์มากมายทั้งแบบฟรีและมีค่าใช้จ่าย ซึ่งภายในเว็บไซต์จะมีคอร์สการตลาดออนไลน์ให้เลือกหลายระดับทำให้สามารถเรียนต่อเนื่องได้ รวมถึงยังมีคอร์สเรียนเทคนิคการตลาดที่ควรรู้อีกมากมายด้วย

– Youtube.com เว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นที่รวมวิดีโอสอนการตลาดออนไลน์ฟรีมากมาย แม้ว่าบางคลิปจะเป็นเพียงวีดีโอสั้น ๆ แต่ก็สามารถให้ความรู้ได้เช่นกันและที่สำคัญ คือ วีดีโอเหล่านี้ไม่มีค่าใช้จ่าย

– หนังสือ ปัจจุบันมีแอพพลิเคชั่นที่ห้องสมุดมากมายที่เพียงสมัครสมาชิกหลักร้อยแต่สามารถเข้าไปอ่านหนังสือ E-book ฟรีมากมาย หรือแม้กระทั่งการลงทุนซื้อหนังสือ How to ที่สอนเรื่องการตลาดโดยตรงก็เป็นอีกทางเลือกที่คุ้มค่ากับการลงทุน เพราะการลงทุนในความรู้มีแต่จะสร้างรายได้เข้ากระเป๋าได้มากขึ้น

– Facebook Group เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เหล่ากูรูเรื่องการตลาดใช้เป็นพื้นที่เผยแพร่ความรู้ โดยช่องทางนี้มีความสะดวกสบายตรงที่เราสามารถถามคำถามได้ทันทีที่ไม่เข้าใจ แม้ว่าอาจไม่ได้คำตอบในทันทีก็ตาม

– งานสัมมนาของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นเหมือนห้องเรียนขนาดใหญ่ที่กูรูมักรวมตัวกันจัดงานสัมมนาเพื่อให้ผู้ที่สนใจเข้าร่วมสามารลงทะเบียนในวันและเวลาที่ทางผู้จัดกำหนดไว้ โดยภายในงานสัมมนาโดยส่วนใหญ่ไม่เพียงแต่ให้ความรู้เรื่องการตลาดเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ในการสร้าง Connection ด้วย

– เรียนกับอาจารย์สอนการตลาดแบบตัวต่อตัว สำหรับผู้ที่กลัวว่าการเรียนออนไลน์อาจทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อนหรือไม่ชัดเจนหรือไม่สะดวกไปงานสัมมนา การสมัครเรียนกับกูรูแบบตัวต่อตัวเป็นทางเลือกที่เหมาะสมเป็นอย่างมาก เพราะการเรียนแบบตัวต่อตัวเราสามารถกำหนดวันและเวลาได้ด้วยตัวเอง รวมถึงสามารถถาม – ตอบ ได้อย่างเต็มที่ด้วย

แม้ว่าแหล่งความรู้เรื่องการตลาดออนไลน์มีอยู่มากมายให้เลือกแต่สิ่งสำคัญที่สุด คือ การนำความรู้ที่เรียนมาใช้เพื่อเป็นการฝึกฝนฝีมือให้พร้อม รวมถึงจะได้ทราบปัญหาที่อาจเกิดขึ้นเมื่อปฏิบัติจริงซึ่งการลงมือทำเป็นอีกหนึ่งการเรียนรู้ที่สร้างประโยชน์ได้อย่างมหาศาล

คอร์สการตลาดออนไลน์ทีน่าสนใจ

เทคนิคการตลาดออนไลน์ที่ควรใช้ในปี 2020 มีอะไรบ้าง

นักธุรกิจยุคใหม่ต้องทำการตลาดด้วยวิธีใดบ้าง

ปัจจุบันผู้คนนิยมซื้อของผ่านระบบอินเทอร์เน็ตมากยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้เจ้าของกิจการต้องปรับตัวในการทำการตลาดที่ทันสมัย เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น ทั้งทาง Google ซึ่งเป็น search engine ที่คนทั่วโลกนิยมใช้กัน จนถึง Facebook และ Instagram ที่คนไทยนิยมใช้เพื่อหาข้อมูลสินค้าและติดตามคนดังเป็นประจำ

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำในปี 2020 ว่านักธุรกิจยุคใหม่ต้องทำการตลาดด้วยวิธีใดบ้าง

1. การทำ SEO ให้เว็บไซต์ในระบบ Google

การทำ SEO หรือ search engine optimization ให้เว็บไซต์ออนไลน์ เป็นเทคนิคที่สำคัญ ซึ่งหมายถึงการพัฒนาคุณภาพเว็บไซต์ให้ต่อเนื่อง ตามหลักเกณฑ์ที่ Google กำหนด เช่น การลงบทความที่มีเนื้อหาทันสมัย การทำให้เว็บไซต์ใช้งานได้ดีในระบบมือถือรุ่นใหม่ ๆ ฯลฯ

เพื่อให้ถูกจัดอันดับในการสืบค้นได้ด้านบนของหน้าจอ SERPs หรือ search engine result pages ด้านบน ๆ ซึ่งจะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของธุรกิจออนไลน์ของคุณอย่างมาก และจะทำให้มียอดขายสินค้าและบริการที่เพิ่มขึ้นตามมาเป็นลำดับด้วย

2. การทำโฆษณาผ่าน YouTube

คนรุ่นใหม่จะนิยมชมคลิปที่น่าสนใจใน YouTube มากขึ้น ซึ่งคุณสามารถเลือกจ้างบริษัททำคลิปที่มีคุณภาพ เพื่อการโฆษณาที่สั้นและกระชับ ดึงดูดความสนใจในช่อง YouTube ระหว่างการชมคลิป เพื่อให้เข้าถึงลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น ซึ่งมักมีเวลาเฉลี่ยความสนใจที่ 10-30 วินาที นับว่าเป็นช่องทางสำคัญอีกแห่งหนึ่ง ที่ทำให้คุณมียอดขายเพิ่มสูงขึ้น และทำให้คนจดจำแบรนด์ของคุณได้ยาวนาน

3. การทำเพจใน Facebook

มีการเก็บสถิติพบว่าคนไทยใช้ Facebook เป็นอันดับต้น ๆ ของโลก การทำการตลาดทาง Facebook จึงเป็นที่นิยม และหลายธุรกิจก็เลือกเปิดเพจใน Facebook เพราะไม่มีค่าใช้จ่ายอย่างการเช่าพื้นที่โดเมนในเว็บไซต์ทั่วไป และสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่เป็นคนไทยได้มากขึ้น เรียกว่าประหยัดค่าใช้จ่ายต้นทุนทางธุรกิจ และเพิ่มโอกาสเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายได้อย่างดี

ทั้งนี้ คุณยังสามารถกำหนดให้มีการโฆษณาสินค้าตัวเองในระบบของ Facebook ภายใต้วงเงินที่จำกัดได้ด้วย

4. การทำ Instagram

การสร้างเพจทาง Instagram เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ธุรกิจรุ่นใหม่ โดยเฉพาะการขายสินค้า DIY การขายคอร์สเรียนด้านภาษา หรือสินค้าแนวแฟชั่น ฯลฯ นิยมหันมาทำการตลาดในช่องทางนี้ ซึ่งคุณสามารถใส่คลิปวีดีโอหรือภาพเคลื่อนไหวในช่วงเวลาสั้น ๆ ใน Instagram ของคุณ เพื่อดึงดูดใจลูกค้าได้ด้วยเช่นกัน

โดยคุณสามารถจ้าง influencer ที่มีคนติดตามจำนวนมากใน Instagram เพื่อการโฆษณาสินค้าของคุณได้อีกด้วย

จะเห็นได้ว่า การตลาดออนไลน์ในปัจจุบันมีอยู่หลายช่องทาง ดังที่เรายกตัวอย่างมา หวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้คุณต่อยอดเชิงลึกเพื่อการศึกษาและนำไปปรับใช้ได้ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ดียิ่งขึ้นและเพิ่มยอดขายได้ตามต้องการ

เทคนิคการตลาดออนไลน์ที่ควรใช้ในปี 2020 มีอะไรบ้าง

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการตลาดออนไลน์ ปี 2020

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการตลาดออนไลน์ ปี 2020

ในปี 2020 ผู้ชำนาญด้าน การตลาดออนไลน์ กล่าวว่าจะมีแนวโน้มที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก ทั้งเรื่องการใช้เทคโนโลยีสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ของผู้ใช้งาน การผลิตสื่อที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเฉพาะด้านมากยิ่งขึ้น ซึ่งผู้ที่ทำธุรกิจออนไลน์และอาชีพที่เกี่ยวข้องต้องศึกษาเพื่อการก้าวทันเทรนด์ใหม่ ๆ ดังนี้

1. เน้นประสบการณ์ผู้ใช้งาน

Experience First เป็นทิศทางที่มาแรงสำหรับปี 2020 หมายถึง การเน้นประสบการณ์ของผู้ใช้งานให้พึงพอใจ ก่อนการตกลงซื้อสินค้า เช่น การใช้เทคนิคภาพเสมือน ให้ผู้บริโภคมองเห็นตัวเองสวมใส่เสื้อผ้าที่วางแสดงก่อนสั่งซื้อ ซึ่งจะช่วยประหยัดทั้งเวลาในการเปลี่ยนเสื้อผ้า และค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปห้างสรรพสินค้าด้วย การสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่แบบนี้จะเป็นช่องทางที่สร้างภาพลักษณ์แบรนด์ที่ทันสมัยและทำให้ได้รับยอดการสั่งซื้อที่มากยิ่งขึ้น

2. เข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานเฉพาะทาง

การเข้าถึงกลุ่มคนที่มีความต้องการเฉพาะด้าน หรือสนใจในบางกิจกรรมเป็นพิเศษ เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ทำการตลาดต้องสนใจ เพราะเกี่ยวข้องกับการเลือก keyword ผลิตเนื้อหาในเว็บไซต์ การทำคลิป YouTube การสร้างกิจกรรมต่าง ๆ ที่ดึงดูดความสนใจ ฯลฯ ได้แก่ กลุ่มคนรักสุนัข กลุ่มทาสแมว กลุ่มคนชอบวิ่งมาราธอน ฯลฯ ซึ่ง Facebook เป็นแพลตฟอร์มที่เริ่มนำร่อง ทำฟังก์ชั่นที่เรียกว่า Facebook Group สำหรับให้ผู้ผลิตสื่อใน Facebook ได้เลือกว่าจะให้นำเสนอแก่กลุ่มใด ซึ่งเราคงจะได้เห็นประโยชน์จากการใช้งานมากขึ้นในปี 2020

3. การตลาดแบบร่วมมือ

เราต้องยอมรับว่าเทคโนโลยี 5G ทำให้ทุกอย่างเติบโตแบบก้าวกระโดด การสื่อสารทั่วโลกรวดเร็ว รวมถึงเรื่องการสร้างกระแสแฟชั่นต่าง ๆ ด้วย จึงคาดว่าใน ปี 2020 แต่ละแบรนด์สินค้าจะพยายามลดต้นทุนและสร้างการประชาสัมพันธ์ที่โด่งดัง ผ่านการผสมผสานความร่วมมือกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระหว่างสินค้าในหมวดหมู่เดียวกัน หรือสินค้าข้ามประเภท เช่น การใช้บัตรเครดิตชำระค่าใช้จ่ายในระบบขนส่งสาธารณะ ฯลฯ

4. ทำเพื่อสังคมโลก

ในปัจจุบันเรากำลังเผชิญปัญหาจากภาวะโลกร้อน มีน้ำแข็งขั้วโลกละลายมากขึ้น จนอาจทำให้หลายประเทศหายไปจากโลก ซึ่งคนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับปัญหานี้ การสร้างสื่อออนไลน์ที่เชื่อมโยงแบรนด์กับสิ่งแวดล้อม เช่น การลดขยะ การหยุดสร้างมลภาวะทางอากาศ ฯลฯ จะทำให้เกิดกระแสนิยมสินค้านั้น ๆ และทำให้เพิ่มโอกาสขยายตัวของแบรนด์ไปทั่วโลกได้ดียิ่งขึ้น

จะเห็นได้ว่า การตลาดออนไลน์ในปี 2020 ต้องให้ความสำคัญกับหลายเรื่องพร้อม ๆ กัน ทั้งการเชื่อมโยงเทคโนโลยีเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย การผลิตสื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเฉพาะด้าน การประสานความร่วมมือกับองค์กรหรือแบรนด์ต่าง ๆ เพื่อความรวดเร็วในการประชาสัมพันธ์และช่วยเหลือสังคมโลก ฯลฯ เราหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ให้ท่านที่กำลังศึกษาด้านการตลาดออนไลน์ นำไปปรับใช้กับแบรนด์ได้ดียิ่งขึ้นต่อไป

ผู้ที่ทำธุรกิจออนไลน์และอาชีพที่เกี่ยวข้องต้องศึกษา

ทำการตลาดออนไลน์ด้วยตัวเองหรือจ้างบริษัทดีกว่ากัน

ทำการตลาดออนไลน์ด้วยตัวเองหรือจ้างบริษัทดีกว่ากัน

การทำการตลาดให้ธุรกิจออนไลน์เป็นสิ่งที่จะต้องทำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าเป้าหมายได้จดจำแบรนด์ของคุณได้รวดเร็วและยาวนาน ทำให้มียอดขายสินค้าบริการที่มากขึ้นเรื่อย ๆ ตามฐานลูกค้าที่เชื่อมั่นในแบรนด์

การทำการตลาดการตลาดออนไลน์ในปัจจุบันมีอยู่หลายเทคนิคไม่ว่าจะเป็นการทำ SEO หรือ search engine optimization และการซื้อพื้นที่ทำสื่อโฆษณาในรูปแบบต่าง ๆ ทำให้ผู้ที่เข้ามาสู่วงการธุรกิจออนไลน์รุ่นใหม่ มีข้อสงสัยว่าควรจะทำการตลาดด้วยตัวเองหรือ จ้างบริษัทรับ จ้างทำการตลาดออนไลน์ จึงจะประสบความสำเร็จมากกว่ากัน เราจึงได้รวมประเด็นที่สำคัญที่น่าสนใจในการพิจารณามาฝากกัน ดังนี้

ข้อดี ข้อเสีย ของการทำการตลาดออนไลน์ด้วยตัวเอง

การทำการตลาดด้วยตัวเองจะมีข้อดีตรงที่คุณรู้รายละเอียดและเข้าใจถึงความต้องการของบริษัทตัวเองมากที่สุด รู้ว่าต้องการผลงานที่มีคุณภาพสะท้อนถึงสิ่งที่คุณคิดหรือความเป็นตัวตนแบบไหน

คุณจะมีความทุ่มเททั้งกลางวันและกลางคืน ตลอด 24 ชั่วโมง ที่จะทำให้ผลงานออกมาดีที่สุดเพื่อเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายทางธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น ที่สำคัญยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่ต้องไปจ้างผู้อื่น ลดต้นทุนธุรกิจได้หลายพันถึงหลายแสนบาทในแต่ละเดือน

แต่กรณีที่คุณยังขาดความเชี่ยวชาญหรือไม่ถนัดในเรื่องของการทำสื่อโฆษณา ก็อาจจะต้องอาจจะเสี่ยงกับการสูญเสียโอกาสในการแข่งขันกับแบรนด์อื่นที่ใช้ผู้ชำนาญที่มีฝีมือมากกว่าในการวิเคราะห์และทำสื่อกระตุ้นผู้บริโภค ทำให้คุณไม่ได้ยอดขายเท่าที่ควรในช่วงเวลาที่มีการแข่งขันสูง

ข้อดี ข้อเสีย ของการทำการตลาดออนไลน์ด้วยการจ้างบริษัทเอกชน

การจ้างบริษัทเอกชนทำตลาดออนไลน์ ก็มีข้อดีตรงที่คุณจะได้ผลงานแบบมืออาชีพ และใช้เวลาที่น้อยกว่าการลงมือทำด้วยตัวเอง ทำให้คุณสามารถที่จะไปใส่ใจกับงานด้านการบริหารองค์กรหรือการคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้มากขึ้น

แต่ขณะเดียวกันก็เท่ากับคุณมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย นับเป็นต้นทุนที่คุณต้องนำมาคิดเพื่อบริหารจัดการให้ลงตัวในระยะยาวด้วย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีบริษัทที่เป็นมิจฉาชีพแฝงตัวมารับงานเป็นจำนวนมาก โดยคิดค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าปกติ จึงต้องระมัดระวังมากขึ้น

ไม่ว่าคุณจะเลือกทำการตลาดออนไลน์ด้วยตัวเองหรือการจ้างทำ ก็มีข้อดีและข้อเสียต่างกันไป ขอให้พิจารณาจากประเภทและขนาดของธุรกิจ อาจทดลองทำด้วยตัวเองในระยะเริ่มต้น แต่ถ้าไม่ประสบผลสำเร็จ ก็ค่อยจ้างบริษัทที่มีความชำนาญ ซึ่งหากมีการแนะนำบอกต่อมา ก็จะลดความเสี่ยงจ้างกลุ่มที่เป็นมือสมัครเล่นได้ จะทำให้ได้ผลงานดี คุ้มค่าใช้จ่าย และทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักเร็วขึ้นด้วย

ข้อดี ข้อเสีย ของการทำการตลาดออนไลน์ด้วยตัวเอง

รู้จักการตลาดให้มากขึ้น เทรนด์การตลาดออนไลน์ 2019

รู้จักการตลาดให้มากขึ้น เทรนด์การตลาดออนไลน์ 2019

การตลาดออนไลน์ยุคใหม่จำเป็นจะต้องติดตามแนวโน้มของกระแสแฟชั่นและความสนใจของผู้บริโภคอยู่ตลอดเวลา ผู้ที่มุ่งหวังให้ธุรกิจประสบความสำเร็จให้แบรนด์ติดตลาดในชั้นแนวหน้า จึงต้องมีการศึกษาเทคนิคใหม่ ๆ และพัฒนาวิธีการประชาสัมพันธ์ข้อมูล หรือการเข้าถึงลูกค้ามากขึ้น รวมถึงสร้างบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการได้มากยิ่งขึ้น จะทำให้สามารถแข่งขันทางธุรกิจกับบริษัทคู่แข่งต่าง ๆ ได้อย่างดีในปี 2019

เทรนด์การตลาดออนไลน์ที่ต้องให้ความสำคัญในปี 2019 มีดังนี้

1. การตอบสนองอย่างเร่งด่วน

มีการศึกษาพบว่าคนรุ่นใหม่ชอบใช้บริการจากเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันที่ตอบสนองได้อย่างเร่งด่วน ได้แก่ การสอบถามข้อมูลสินค้าที่สนใจในเว็บไซต์ต่าง ๆ ทาง chatbot การเปรียบเทียบราคาตั๋วเครื่องบินและที่พักผ่านแอปพลิเคชันสุดฮิตอย่าง Skyscanner การสอบถามเส้นทางเพื่อวางแผนการเดินทางผ่าน Google map ฯลฯ หากคุณต้องการที่จะขายสินค้าได้มากขึ้นกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ จะต้องสร้างแอปพลิเคชันหรือออกแบบเว็บไซต์ที่มีระบบ AI ในการทำงานเพื่อตอบโจทย์สิ่งเหล่านี้

2. ความดึงดูดใจด้วยสื่อเคลื่อนไหว

การสื่อสารผ่านคลิปวีดีโอไม่ว่าจะบน Facebook และ Instagram อย่างที่เราเห็นการไลฟ์สดหรือการอัดคลิปที่ผ่านการวางโครงเรื่อง ออกแบบการถ่ายทำและตัดต่อมาอย่างดี เป็นเทคนิคที่ช่วยให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่อยู่ในวัย 20-35 ปีได้มากยิ่งขึ้น มีการเก็บสถิติทางการตลาดพบว่าหากใน 3 วินาที คลิปวีดีโอหนึ่ง ๆ ไม่สามารถดึงดูดใจได้ จะทำให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายเปลี่ยนไปสนใจข้อมูลจากเว็บไซต์หรือแบรนด์อื่นในทันที จะเห็นได้ว่าการผลิตวีดีโอเพื่อส่งเสริมการขายต้องวางแผนและคิดไอเดียที่แปลกแหวกแนวออกมาอยู่เสมอ

3. การทำ SEO และ SEM

การเลือก keyword สำหรับการทำ SEO (search engine optimization) สำคัญอย่างยิ่งในยุคปัจจุบัน ควรใช้ Long tail niche keyword คือคำค้นหาที่มีความยาวและเฉพาะเจาะจงกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย โดยยึดหลักว่า ใคร อะไร ที่ไหน อย่างไร เช่น เสื้อแฟชั่น ผู้หญิง ท่องเที่ยว เกาหลี ฤดูใบไม้ผลิ 2019 จะทำให้เข้าถึงการสืบค้นของกลุ่มเป้าหมายได้มากยิ่งขึ้น เปอร์เซ็นต์ในการขายได้จะสูงมากขึ้นตามไปด้วยเทรนด์การตลาดออนไลน์ที่ต้องให้ความสำคัญ

ส่วนการทำ SEM (search engine marketing) หรือการซื้อพื้นที่ประชาสัมพันธ์ใน Google ที่จะมีการคิดอัตราค่าบริการตามการคลิกเข้าไปชม ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องทำคู่กับการทำ SEO เพื่อเพิ่มยอดขายและสร้างการจดจำแบรนด์ได้อย่างดียิ่งขึ้นในเวลาอันสั้น

จะเห็นได้ว่า เทรนด์การทำการตลาดออนไลน์ในปี 2019 จำเป็นต้องใช้หลากหลายเทคนิคในการทำให้ประสบความสำเร็จ หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกท่านนำไปปรับใช้ แก้ไขจุดอ่อน ส่งเสริมธุรกิจของตัวเองได้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้เข้าสู่เป้าหมาย คือ ทำให้ธุรกิจออนไลน์เติบโตได้อย่างก้าวไกลต่อไป

กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ที่ผู้ประกอบการควรรู้ 2019

กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ที่ผู้ประกอบการควรรู้ 2019

การตลาดออนไลน์ ในปี 2019 มีอัตราการแข่งขันที่สูง เนื่องจากธุรกิจทั่วโลกอยู่ในภาวะฝืดเคือง อันเป็นผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา ทำให้ผู้ประกอบการร้านค้าต้องช่วงชิงจังหวะในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย มีการจัดโปรโมชั่น การศึกษาสถิติตัวเลขต่าง ๆ เพื่อนำมาสร้างจุดแข็งเหนือคู่แข่งอื่น

เราจึงได้รวบรวมคำแนะนำจากกูรูทางการตลาด ที่ผู้ประกอบการธุรกิจออนไลน์ควรรู้ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาธุรกิจให้ดียิ่งขึ้นในปีนี้

1. การพัฒนาเว็บไซต์ ตามหลัก SEO หรือ Search Engine Optimization อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะจะทำให้ระบบ Algorithm ของ Google จัดอันดับแสดงผลด้านบนในหน้าต่างการสืบค้น ทั้งนี้ หลังการทำ SEO ต้องมีการเช็คความเปลี่ยนแปลงของอันดับเว็บไซต์ ใน Google Search Console เป็นระยะ เพื่อการปรับเปลี่ยน Keywords แนวทางการเขียนบทความ SEO ฯลฯ ที่ตรงใจลูกค้าเป้าหมายต่อไป

2. ปรับ Keywords จากเดิมที่มักนิยมเป็นคีย์เวิร์ดสั้น ๆ ความหมายรวม ๆ กว้าง ๆ เช่น รองเท้ากีฬา ก็เปลี่ยนมาเป็นคำที่เจาะจงกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการนำเสนอสื่อคลิปสาธิตหรือบทความที่ดีขึ้น เรียกว่าเป็น Long-Tail Niche Keywords เช่น รองเท้า วิ่ง สตรี Nike และตามด้วยชื่อรุ่น เป็นต้น

3. ควรนำค่า Engagement จากผู้ชมเว็บไซต์ ที่ได้จากการวิเคราะห์หลังบ้าน มาใช้ในการปรับปรุง เช่น สถิติจำนวนผู้เข้าชมในแต่ละช่วงเวลา จำนวนยอดไลค์ ใน Facebook หรือ Instagram ว่าชื่นชอบคลิปหรือบทความแนวไหน เพื่อ ผลิตผลงานชิ้นต่อไป ในรูปแบบที่สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ดีมากยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง

4. กรณีที่มีการจ้างงานยูทูปเบอร์หรือเน็ตไอดอล ควรจะศึกษาว่าช่วงเวลานั้นใครกำลังอินเทรนด์ หรือได้รับกระแสนิยมสูง ซึ่งคนรุ่นใหม่จำนวนมากจะสนใจสื่อที่ผู้นำเสนอเป็น Micro หรือ Nano influencer หากเลือกพรีเซ็นเตอร์ที่เหมาะสม ก็จะมีผลดีอย่างมากต่อการดึงดูดใจผู้ชมคลิป ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว และทำให้เพิ่มยอดขายได้มาก

5. การติดตามเทรนด์คำพูดจากละคร เพื่อนำมาเป็นแนวเขียนบทความ SEO ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเขียนบทความที่เกี่ยวข้องกับความงาม ไลฟ์สไตล์ ฯลฯ เข้าถึงกลุ่มคนเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นใหม่ได้ดี ทำให้สร้างความรู้สึกใกล้ชิดกับแบรนด์ ซึ่งจะได้รับการบอกต่ออย่างรวดเร็ว

6. การเปิด Account ในหลาย ๆ แพลตฟอร์มเพื่อการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเพจใน Facebook การสร้างทวิตเตอร์ เพื่อแจ้งข่าวสารใหม่ ๆ การทำเพจใน Instagram ที่มีคลิปน่าสนใจ เพื่อให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายติดตามเข้ามาชมรายละเอียดในเว็บไซต์ทางธุรกิจ

หวังว่า เทคนิคการตลาดออนไลน์ 2019 ที่เรานำมาเสนอนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการธุรกิจออนไลน์ทุกท่านในการนำไปพัฒนาให้ประสบความสำเร็จได้ดียิ่งขึ้นตลอดปี

คำแนะนำจากกูรูทางการตลาด

วิธีการตลาดออนไลน์แบบไหนเหมาะกับยุคสมัย

กลยุทธ์การตลาดแบบใดที่เหมาะกับยุคสมัย

ทุกธุรกิจเผชิญการแข่งขันดุเดือด แบรนด์เกิดใหม่เติบโตยากลำบาก แต่การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคทำให้ธุรกิจใหม่มีโอกาสแจ้งเกิดด้วยแผนการตลาดออนไลน์ที่มีด้วยกันหลายรูปแบบ ดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาหาธุรกิจรวดเร็วและง่ายดายยิ่งขึ้น

มาดูกันว่ามีกลยุทธ์การตลาดแบบใดที่เหมาะกับยุคสมัยปัจจุบันและในทศวรรษหน้า

1.เมื่อพูดถึงกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ ดูเหมือน SEO เป็นรูปแบบยอดนิยมตลอดกาล นักการตลาดดิจิทัลยังคงแนะนำว่าไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการทำ SEO ควรทำความเข้าใจวิธีการทำให้เว็บไซต์ติดอันดับและปรับปรุงแผนการตลาดให้ไปได้สวยกับอัลกอริทึมที่แท้จริงของ Google หากต้องการให้ธุรกิจประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว เข้าไปอยู่ในอันดับต้น ๆ ของ Google ได้ควรวางใจให้ผู้เชี่ยวชาญจัดการทำ SEO ให้ในตอนแรกจะดีกว่า หลังจากนั้นเจ้าของธุรกิจควรเรียนรู้พื้นฐานว่ามีปัจจัยอะไรส่งผลลัพธ์ต่อ SEO รวมถึงการใช้ลิงก์ภายนอกหรือ Backlink อย่างปลอดภัย ไม่เสี่ยงทำคอนเทนต์ซ้ำ ๆ และไม่มีคุณภาพออกมา เพราะ Google จะบอกว่าเป็นบทความที่ลอกมาและถูกปรับอันดับแย่ลง เทคนิคต่าง ๆ ที่เคยใช้ตลอดหลายปีที่ผ่านจะใช้ไม่ได้อีกต่อไป ขณะนี้ Google กำลังติดป้ายกำกับว่าไม่ปลอดภัย ทำให้เว็บไซต์ไม่ติดอันดับในเครื่องมือค้นหา จำเป็นต้องเปลี่ยนวิธีการที่ล้าสมัยทั้งหมด

2.การทำการตลาดผ่านเครื่องมือค้นหาบนอินเทอร์เน็ต หรือ SEM เป็นวิธียอดนิยมสำหรับธุรกิจที่ยังใหม่ต่อการตลาดออนไลน์ผ่านเสิร์ชเอ็นจิ้น โดยใช้วิธีการโฆษณาแบบชำระเงิน ก่อนอื่นต้องหาความรู้ก่อนว่ามีกระบวนการทำงานอย่างไร เมื่อเข้าใจแล้วจ้างผู้เชี่ยวชาญช่วยทำในด้านนี้ ทำความเข้าใจกันว่าต้องการโฆษณาแบบข้อความ, รูปภาพ, วิดีโอบน YouTube หรือโฆษณาบนมือถือเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ต้องการโดยตรง ทีมงานมืออาชีพจะติดตามว่าโฆษณาของคุณทำงานได้ดีและมีผลตอบรับมากน้อยอย่างไร มองทางเลือกในการโฆษณาแบบเสียค่าใช้จ่ายหลายรูปแบบ โดยเฉพาะโฆษณาบน Facebook ทำให้มีโอกาสเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายยิ่งขึ้น

3.การตลาดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เป็นช่องทางที่ได้รับความสนใจมากที่สุด ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหลังจากได้โพสต์เนื้อหาลงในโซเชียลมีเดียแล้วถูกใจผู้อ่าน จะมีการแบ่งปันข้อมูล กดไลค์ และกดติดตามง่ายและรวดเร็ว ทำให้ต้องเน้นว่าจะทำโฆษณาทางโซเชียลมีเดียอย่างไรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในปีนี้และทศวรรษหน้า ทุกวันนี้มีเครื่องมือและระบบอัตโนมัติมากมายที่ช่วยตั้งค่าการโพสต์เนื้อหาตามเวลาที่มีคนเปิดอ่านมากที่สุด การจ้างผู้เชี่ยวชาญที่รู้พฤติกรรมของผู้บริโภคเข้ามาจัดการโพสต์จะช่วยให้โฆษณาได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยที่ลูกค้าไม่รู้สึกว่าถูกยัดเยียด เจ้าของธุรกิจจะต้องดูแลเนื้อหาคอนเทนต์บางส่วนเพื่อนำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์และน่าสนใจ ไม่ใช่ว่าเน้นการขายอย่างเดียว พยายามอัปเดตบ่อย ๆ เพราะโซเชียลมีเดียเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการทำธุรกิจในปัจจุบันและอนาคต

4.การตลาดออนไลน์รูปแบบ Content Marketing มีความสำคัญกับการทำเว็บไซต์ให้คนรู้จักมาก เพราะเนื้อหาบทความเป็นส่วนสำคัญในการดึงดูดผู้ชมเป้าหมายให้ติดตามลิงก์จากโซเชียลมีเดียเข้ามาอ่านเพิ่มเติมในเว็บไซต์ทางการ ซึ่งเปิดช่องทางให้ค้นหาสินค้าหรือบริการที่ตรงใจมากขึ้น การเขียนคอนเทนต์จึงต้องน่าอ่านและมีประโยชน์เกี่ยวข้องกันเพื่อทำให้คุ้มค่ากับเวลาที่ติดตามอ่าน ผู้เชี่ยวชาญการตลาดแนะนำให้เน้นแนวทางการเขียนแบบ How to ที่หลายคนชื่นชอบและตอบโจทย์ผู้อ่านได้ดี มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อโดยตรง นอกจากเนื้อหาดีแล้วยังต้องเหมาะกับการโพสต์บนอุปกรณ์มือถือซึ่งจะที่มีอิทธิพลทางการตลาดโดยอัตโนมัติ

วิธีการตลาดออนไลน์แบบไหนเหมาะกับยุคสมัย

กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ที่ธุรกิจสตาร์ทอัพควรรู้

กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ที่ธุรกิจสตาร์ทอัพควรรู้

แนวคิดการทำธุรกิจสตาร์ทอัพกำลังเป็นที่นิยม เพราะมีการลงทุนต่ำและการนำเสนอที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใครส่งผลให้กิจการเติบโตรวดเร็วตั้งแต่เริ่มต้น จึงมีการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ทุกวันซึ่งพลิกโฉมธุรกิจดั้งเดิมให้มีความทันสมัยมากขึ้นและคล่องในเวลาเดียวกัน สามารถปรับตัวรวดเร็วทันกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่พลิกไปมาตลอดเวลา ขณะเดียวกันยังต้องอาศัยความเชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง

การทำธุรกิจแบบสตาร์ทอัพไม่ต้องมีแบบแผนเหมือนกับธุรกิจแบบ SME เน้นรูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ ใช้ช่องทางโปรโมทแบรนด์บนอินเทอร์เน็ตอย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของกิจการควรรู้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า มีดังนี้

1.โปรโมทผ่านโซเชียลมีเดีย

ในปัจจุบันกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ทางโซเชียลมีเดียประสบผลสำเร็จและมีการเข้าชมมากที่สุด เนื่องจากเปิดโอกาสให้ลูกค้ามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เริ่มตั้งแต่สอบถามข้อมูล รีวิวสินค้า แสดงความคิดและข้อเสนอแนะ ตลอดจนการแชร์บอกต่อกันทางโลกโซเชียล การตลาดออนไลน์ไม่เพียงเจาะเข้าใกล้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายมากขึ้นเท่านั้น ยังเข้าใจความต้องการของลูกค้า สื่อสารเข้าใจและสนองตอบได้ตรงใจ ซึ่งเรื่องนี้จำเป็นต่อการเติบโตของสตาร์ทอัพมากทีเดียว

2.ดึงดูดรายใหม่ทั่วโลก

การตลาดออนไลน์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การขายสินค้าและบริการ แต่ครอบคลุมถึงการโปรโมทแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก โดยเฉพาะธุรกิจสตาร์ทอัพที่นำเสนอความแปลกใหม่และโดดเด่นเหนือคู่แข่งในตลาดเดียวกัน ผู้ประกอบการรุ่นใหม่จะเห็นความสำคัญของการตลาดออนไลน์ที่จะสร้างช่องทางเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ง่าย เนื่องจากผู้บริโภคยุคใหม่ท่องโลกผ่านมือถือและแท็บเล็ต การทำตลาดผ่านโซเชียลมีเดียและอีเมลจึงสื่อสารกับผู้บริโภคได้ดีและเข้าถึงความต้องการของผู้คนในทุกมุมโลก สามารถแจ้งเตือนข่าวสารรวดเร็ว รวมทั้งสร้างการจดจำแบรนด์มากขึ้น จึงดึงดูดความสนใจลูกค้ารายใหม่ได้ง่าย

3.เข้าใจลูกค้าดีขึ้น

ธุรกิจสตาร์ทอัพควรใช้ประโยชน์ของกลยุทธ์การตลาดออนไลน์เจาะเทรนด์ความต้องการของลูกค้า โดยการสื่อสารเชื่อมต่อเพื่อทำความรู้จักเป้าหมายมากขึ้น รู้เท่าทันความต้องการว่าลูกค้ามีความคาดหวังอะไร เพื่อที่จะตอบสนองความต้องการเป็นรายบุคคลได้ตรงจุดและทำให้เกิดความพึงพอใจมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ข้อมูลที่รวบรวมมายังช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อและทำนายการตัดสินใจซื้อในอนาคตได้เช่นกัน พยายามปรับแผนการผลิตสินค้าและการบริการที่สอดคล้องกับความพอใจของลูกค้าเสมอจะเป็นปัจจัยสำคัญนำไปสู่ความสำเร็จทางธุรกิจในระยะยาวการทำธุรกิจแบบสตาร์ทอัพไม่ต้องมีแบบแผน

4.การตลาดบนมือถือผลักดันความสำเร็จ

การทำตลาดบนมือถือเป็นอีกเรื่องสำคัญที่เจ้าของธุรกิจต้องเรียนรู้ เพราะเข้าถึงลูกค้าได้ทุกที่ทุกเวลาอย่างที่สื่อดั้งเดิมอย่างที่หนังสือพิมพ์ นิตยสาร และโทรทัศน์ทำไม่ได้ ทุกวันนี้อัตราการใช้โทรศัพท์มือถือและการเข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์เพิ่มขึ้นหลายเท่า การใช้มือถือก็สะดวกรวดเร็วกว่าคอมพิวเตอร์พีซี. การตลาดออนไลน์จึงไม่เพียงแต่เป็นศูนย์กลางโลกดิจิตอลยุคใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นสื่อกลางที่ลดช่องว่างระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อ ถือเป็นส่วนสำคัญสำหรับธุรกิจสตาร์ทอัพที่ต้องการยกระดับแบรนด์ให้โดดเด่นกว่าคู่แข่ง เพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้อย่างมหาศาลโดยใช้ต้นทุนน้อยกว่าเดิมมาก ทำให้เกิดความได้เปรียบธุรกิจอื่น ๆ ที่ยังคงพึ่งพาโฆษณาการตลาดแบบดั้งเดิมซึ่งต้องจัดสรรงบประมาณค่าใช้จ่ายจำนวนมหาศาล การตลาดออนไลน์ไม่เพียงลดค่าใช้จ่ายทางการตลาดตั้งแต่เริ่มต้นเท่านั้น ยังเพิ่มคุณค่าให้แบรนด์ด้วย