สุดยอด 3 วิธีทำการตลาดออนไลน์ที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้

สุดยอด 3 วิธีทำการตลาดออนไลน์ที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้

หากได้ติดตามข่าวสารแวดวงธุรกิจมาก่อน หลายคนคงคุ้นหูกับคำว่า “การตลาดออนไลน์” ซึ่งเป็นเทรนด์การตลาดที่นิยมมากในปัจจุบัน เพราะต้องยอมรับว่าในยุคนี้มนุษย์เราให้เวลากับโลกออนไลน์ตลอดทั้งวัน เรียกได้ว่าตื่นเช้าขึ้นมาก็ต้องคว้าสมาร์ตโฟนเป็นอันดับแรก ๆ โดยการตลาดออนไลน์มีอยู่ด้วยกันหลายวิธี แต่วิธียอดนิยมมากขณะนี้ ต้องยกให้กับ SEO, Social Marketing และ Line Official ซึ่ง 3 วิธีนี้ท่านเจ้าของธุรกิจไม่ควรมองข้าม

1.SEO
SEO หรือชื่อเต็ม Search Engine Optimization วิธีทำการตลาดออนไลน์ที่ทุกธุรกิจต้องใส่ใจ โดยเน้นวิธีการปรับแต่งเว็บไซต์ให้เป็นไปตามเกณฑ์การให้คะแนนของ Search Engine ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Google, Yahoo หรือ Bing โดยการปรับแต่งเว็บไซต์มีองค์ประกอบหลายอย่าง เช่น การวิเคราะห์คีย์เวิร์ด การทำคอนเทนต์ การทำ Backlink การตั้งชื่อ URL การทำให้เว็บไซต์แสดงผลอย่างรวดเร็ว เป็นต้น ซึ่งการทำให้เว็บไซต์อยู่อันดับต้น ๆ ของหน้าแรกจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าคลิกเข้าชมเว็บไซต์ ส่งผลให้เว็บไซต์เป็นที่รู้จัก และยังทำให้เว็บไซต์ของคุณดูน่าเชื่อถืออีกด้วย

2.Social Marketing
การทำ Social Marketing มีอยู่ด้วยกันหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter และ Instagram โดยช่องทางเหล่านี้สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานเป็นจำนวนมาก ทำให้หลายแบรนด์ต่างหันมาทำการตลาดออนไลน์ผ่าน Social Marketing โดยวิธีทำการตลาดผ่านช่องทางเหล่านี้ เจ้าของธุรกิจควรวางแผนสื่อสารและวางแผนครีเอทคอนเทนต์เป็นอย่างดี เช่น ไม่ควรโพสต์หรือซื้อโฆษณาถี่เกินไป คอนเทนต์ที่นำเสนอต้องมีความน่าสนใจ มอบสิทธิพิเศษคุ้มค่าแก่ลูกค้าเสมอ ฯลฯ เพราะแม้ว่า Social Marketing จะเต็มไปด้วยข้อดี แต่หากเจ้าของธุรกิจนำเสนอคอนเทนต์ไม่ตอบโจทย์ ไม่มีข่าวสารหรือโปรโมชันเด็ด ๆ ก็อาจทำให้กลุ่มเป้าหมายเลิกติดตามช่องทางของคุณได้เช่นกัน

3.Line Official
เพราะยุคนี้ไม่ว่าใครก็หันมาติดต่อสื่อสารผ่านแอปพลิเคชัน Line กันทั้งนั้น ทำให้เจ้าของธุรกิจไม่ควรพลาดสื่อสารกับลูกค้าผ่าน Line Official โดยปัจจุบันมีฟีเจอร์มากมายออกแบบมาเพื่อการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการแชทโต้ตอบกับลูกค้าแบบ 1 ต่อ 1 การ Broadcast ข้อความ คูปองสะสมคะแนน การส่งข้อความโต้ตอบอัตโนมัติ ฯลฯ ซึ่งฟีเจอร์เหล่านี้หากเจ้าของธุรกิจได้ศึกษาวิธีการใช้อย่างจริงจังจะพบว่าเต็มไปด้วยประโยชน์ดี ๆ ที่ช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าซื้อสินค้าและบริการได้อย่างแน่นอน และยังเป็นช่องทางสำคัญในการส่งข่าวสารและโปรโมชันดี ๆ ถึงลูกค้าทุกรายที่ติดตามแบบทันทีอีกด้วย

นอกจาก 3 วิธียอดนิยมที่หยิบมาฝากกันแล้ว การตลาดออนไลน์ยังมีวิธีอื่น ๆ เช่น การซื้อโฆษณาของ Search Engine เช่น Google Ads หรือผ่านทางโซเชียลแพลตฟอร์มต่าง ๆ และแบนเนอร์เว็บไซต์ เพื่อเจาะให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย นอกจากนี้ยังมีการส่งอีเมลแจ้งข่าวสารโปรโมชันแก่ลูกค้าโดยตรง โดยการตลาดออนไลน์ที่ดีนั้นควรเลือกทำหลายวิธีควบคู่กันไป เพื่อส่งเสริมให้ธุรกิจเป็นที่รู้จักและกระตุ้นพฤติกรรมการซื้อให้ได้มากที่สุดนั่นเอง

3 เทคนิคที่นักการตลาดออนไลน์ควรรู้

3 เทคนิคที่นักการตลาดออนไลน์ควรรู้

ต้องยอมรับว่าท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจตกต่ำที่ทั่วโลกกำลังเผชิญ บวกกับปัจจัยความเสียหายจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้การตลาดออนไลน์ (Online marketing) เติบโตขึ้นแบบทวีคูณ ท่ามกลางคู่แข่งทางการตลาดที่เพิ่มมากขึ้นด้วย เนื่องจากธุรกิจเกิดใหม่ และธุรกิจดั้งเดิมอีกเป็นจำนวนมากหันมาใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ อย่าง Google และ Facebook เพื่อส่งเสริมการทำประชาสัมพันธ์และการตลาดออนไลน์อย่างเติมรูปแบบมากขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นวันนี้เรานำ 3 เทคนิคที่นักการตลาดออนไลน์ควรรู้ มาฝากกัน

เพราะ Google ได้รับการพัฒนาให้ฉลาดขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะโปรแกรมสำหรับตรวจจับเว็บไซต์นั่นคือสิ่งสำคัญที่ตอกย้ำให้นักการตลาดพึงระมัดระวังมากขึ้น และพยายามคิดค้นกลยุทธ์การทำงานให้สอดคล้องกับการพัฒนาของGoogle และช่วยส่งเสริมคุณภาพของเว็บไซต์ เพราะเว็บไซต์คุณภาพสูงจะได้รับการจัดอันดับที่ดีมากกว่าในระบบการค้นหาของ Google

เพื่อให้แผนการตลาดมีความทันสมัยและตรงกับใจของกลุ่มเป้าหมายให้ได้มากที่สุด นักการตลาด (Online marketing) ควรพิจารณา ดังต่อไปนี้

1.การกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนในการเข้าถึง และเก็บรวบรวมข้อมูลพื้นฐาน เช่น เพศ วัย ที่อยู่ การศึกษา สถานที่ทำงาน และไลฟ์สไตล์ เพื่อเตรียมพร้อมเนื้อหาหรือ Content ที่จะเสนอในเพจหรือบทความ ให้มีความกระชับ น่าอ่าน อ่านแล้วเข้าใจได้ทันที เพราะมันเป็นกฎที่ตายตัวว่า เนื้อหาที่ดีย่อมดึงดูดความสนใจให้คนติดตาม และยังช่วยเพิ่มคะแนนความน่าเชื่อถือให้กับเพจ ตลอดจนสินค้าและบริการนั้น ๆ ได้อีกทางหนึ่งด้วย

2.สังเกต ทำความเข้าใจ เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์พฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย ทั้งแบบ offline และ online เช่น เวลาว่างชอบทำอะไร ชอบแต่งตัวแนวไหน งานอดิเรกคืออะไร ชอบเดินห้างหรือช้อปปิ้งทางโซเชียล นิยมใช้แอปอะไร ตลอดจนเหตุผลในการตัดสินใจซื้อสินค้าแต่ละครั้ง

3.ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ให้สวยงามและใช้งานง่าย เพื่อรองรับการใช้งานผ่านแอปพลิเคชันต่าง ๆ บนมือถือ ที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างทันท่วงทีและตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด เพราะการเข้าถึงเว็บไซต์ด้วยมือถือได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ก็จะยิ่งช่วยเพิ่มการตัดสินใจซื้อ และเพิ่มยอดขายได้มากขึ้นตามไปด้วย

ทั้งนี้เพราะในปัจจุบันมากกว่า 80 เปอร์เซนต์ของคนส่วนใหญ่ใช้เวลาอยู่บนโลกเสมือนจริงอย่าง ดูข่าวฟุตบอล Facebook Line และ Youtube หรือช่องทาง Social Media อื่น ๆ เพื่อความบันเทิงและการค้นหาสินค้าและบริการ ดังนั้นการเก็บข้อมูลนำมาวิเคราะห์เพื่อวางแผนกลยุทธ์ในการทำการตลาดออนไลน์ผ่าน Social Media จะช่วยให้นักการตลาดออนไลน์นำพาเว็บไซต์และธุรกิจเหล่านั้นให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและก้าวไปสู่ความนิยมของกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในระยะยาวยังสามารถนำกลยุทธ์ทางการตลาดมาประยุกต์ใช้ร่วมกับการทำ SEO หรือ Search Engine Optimization เพื่อช่วยให้เว็บไซต์ติดอยู่ในอันดับต้น ๆ ของ Google โดยใช้เทคนิคในการปรับแต่งและเพิ่มลิงก์ที่มีคุณภาพมาที่เว็บไซต์ ซึ่งผลที่จะได้รับคือปริมาณผู้ชมจำนวนมากและการเติบโตของยอดขาย

การตลาดออนไลน์ และ 5 เทคนิคการปรับตัวให้ธุรกิจอยู่รอดในวิกฤติโควิด-19

การตลาดออนไลน์ และ 5 เทคนิคการปรับตัวให้ธุรกิจอยู่รอดในวิกฤติโควิด-19

ปัจจุบันทั่วโลกกำลังเผชิญกับวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งยังไม่มีทีท่าว่าจะหมดไปในเร็ววันนี้ ผลกระทบที่เกิดขึ้นนอกจากจะส่งผลต่อปัญหาสุขภาพอนามัยของผู้คนแล้ว ยังทำลายระบบเศรษฐกิจให้หยุดชะงักลงอีกด้วย หลายธุรกิจต้องพยายามดิ้นรนและปรับตัวเพื่อความอยู่รอดในยุคที่ผู้คนแทบไม่กล้าออกจากบ้าน แต่ถึงอย่างนั้น หลายธุรกิจก็ต้องปิดตัวลงเพราะไม่สามารถปรับตัวได้ทัน ดังนั้น วันนี้เราจึงจะมาแนะนำ 5 เทคนิคการปรับตัวให้ธุรกิจอยู่รอดในวิกฤติโควิด-19

1.เริ่มทำธุรกิจออนไลน์
ในเมื่อคนไม่กล้าออกจากบ้าน การจับจ่ายใช้สอยบนช่องทางออนไลน์จึงเติบโตมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้น ใครที่กำลังทำธุรกิจขายสินค้าและบริการแบบออฟไลน์ หรือขายตามหน้าร้านแบบเดิม ควรจะขยายการตลาดของตัวเองให้กว้างขวางขึ้นด้วยการอาศัยแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้ามากขึ้น ในเมื่อลูกค้าไม่เดินเข้าร้าน เราก็ต้องเป็นฝ่ายเข้าหาลูกค้าทางออนไลน์แทน

2.ใช้ประโยชน์จากคอนเทนต์ออนไลน์ให้มากที่สุด
ปัจจุบัน ธุรกิจออนไลน์แทบทุกประเภทล้วนให้ความสำคัญกับการผลิตคอมเทนต์โฆษณาของตัวเองอย่างมาก จนเรียกได้ว่าแทบจะแข่งกันผลิตคอนเทนต์เลยก็ว่าได้ ยิ่งเรามีคอนเทนต์ที่น่าสนใจ แตกต่างจากคู่แข่งรายอื่น ๆ มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเพิ่มความน่าสนใจให้แบรนด์ของเรามากขึ้นเท่านั้น ซึ่งจะต้องใช้เครื่องมือที่เหมาะสมสำหรับการตลาดออนไลน์ช่วยในการผลิต

3.สร้างภาพลักษณ์ที่ดีของแบรนด์ให้สม่ำเสมอ
ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ผู้คนไม่ได้ออกมาเลือกซื้อสินค้าและบริการด้วยตัวเองที่หน้าร้านเหมือนสมัยก่อน เรายิ่งต้องรักษาภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของแบรนด์ ซึ่งต้องอาศัยกลยุทธ์ทางด้านการตลาดที่เรียกว่า “การสื่อสารแบรนด์” (Brand Communication) ที่สื่อสารกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายให้เห็นถึงปรัชญาองค์กร และพันธกิจขององค์กร รวมถึงวิสัยทัศน์การดำเนินธุรกิจของเรา

4.ศึกษาเครื่องมือด้านการตลาดออนไลน์ให้มากที่สุด
ปัจจุบัน การตลาดออนไลน์มีกลยุทธ์หรือเครื่องมือมากมายที่เราสามารถหยิบมาใช้เพิ่มผลสำเร็จทางธุรกิจได้มากขึ้น ทั้งการซื้อโฆษณาบนสื่อโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เช่น Facebook Ads, Google Ads, Twitter ฯลฯ หรือการทำ SEO ให้เว็บไซต์ของเราติดอันดับบนหน้าการค้นหาของ Google ซึ่งการจะใช้เครื่องมือเหล่านี้ให้ได้ผลลัพธ์ทางธุรกิจมากที่สุดจะต้องอาศัยประสบการณ์และความชำนาญพอสมควร

5.รักษาฐานลูกค้าเก่าและพยายามหาลูกค้าใหม่
ในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำอย่างทุกวันนี้ การรักษาฐานลูกค้าเดิมเอาไว้ให้ได้จะทำให้ธุรกิจของเราสามารถประคองตัวอยู่รอดต่อไปได้ ซึ่งต้องอาศัยการสื่อสารที่เป็นมิตรกับลูกค้าเก่า การมอบสิทธิพิเศษบางอย่าง รวมถึงให้การดูแลเป็นพิเศษแก่กลุ่มลูกค้าเหล่านี้ ขณะเดียวกันเราก็ต้องพยายามขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการพลิกฟื้นธุรกิจหลังช่วงวิกฤติ

เทคนิคทั้ง 5 ข้อที่นำมาฝากกันในวันนี้ บางข้ออาจไม่ใช่เรื่องที่ทำกันได้ง่าย ๆ ในระยะเวลาอันสั้น ดังนั้น บางคนอาจหาผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์มาให้คำปรึกษาและช่วยเหลือวางทิศทางการทำธุรกิจต่อจากนี้ แม้อาจจะต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่ก็ถือว่าคุ้มค่าหากช่วยให้ธุรกิจของเราผ่านช่วงวิกฤตินี้ไปได้

การตลาดออนไลน์ยุคใหม่ ต้องใส่ใจในประเด็นใดบ้าง

การตลาดออนไลน์ยุคใหม่ ต้องใส่ใจในประเด็นใดบ้าง
การตลาดออนไลน์ยุคใหม่ ต้องใส่ใจในประเด็นใดบ้าง

ถ้าคุณจะทำการตลาดออนไลน์ให้ขายของได้ปริมาณมากกว่าคนอื่น ท่ามกลางการแข่งขันที่ขายสินค้าประเภทเดียวกัน คุณต้องมองหาจุดแตกต่างของตัวเองให้ได้ จึงจะขายได้มากยิ่งขึ้น และได้กลุ่มลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

เรามาดูกันว่าหากจะทำการตลาดออนไลน์ต้องสนใจประเด็นใดบ้าง

1.ให้สาระความรู้แก่ลูกค้าก่อนขาย
การผลิตคอนเทนต์ออนไลน์ควรเน้นตัวสาระความรู้เป็นหลักมากกว่าการให้ข้อมูลส่งเสริมการขายหรือเกี่ยวกับตัวสินค้า เพราะจะทำให้คุณได้รับความไว้วางใจเชื่อมั่นจากลูกค้ามากยิ่งขึ้น
เช่น คุณต้องการขายสีทาบ้าน คุณก็ต้องให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการดูแลบ้านให้สวยงาม การทำบ้านให้เย็นด้วยใช้วัสดุฝ้ากันความร้อนและสีทาบ้านรุ่นใหม่ ๆ การตกแต่งส่วนต่าง ๆ ด้วยตัวเอง ฯลฯ เหล่านี้เป็นข้อมูลที่คนอยากเรียนรู้เพื่อใช้ในการดูแลบ้านตัวเอง เมื่อผู้คนเห็นว่าคุณจริงใจในการให้ความรู้และอยากดูแลบ้านให้สวยงามก็จะสนใจเลือกซื้อสินค้าของคุณเอง

2.มองให้เห็นความต้องการของลูกค้า
หากคุณต้องการขายเสื้อยืดให้ได้ในกลุ่มลูกค้าเพศชาย คุณต้องพิจารณาว่าคุณจะสร้างสินค้าที่มีจุดเด่นอย่างไร ลูกค้าผู้ชายส่วนใหญ่นั้นจะไม่ค่อยเปลี่ยนแบรนด์สินค้าที่ใช้อยู่ ดังนั้น คุณอาจต้องศึกษาว่าปัญหาของลูกค้าผู้ชายส่วนใหญ่ในการหาซื้อเสื้อยืดคืออะไรบ้าง
ตัวอย่างเช่น ผู้ชายอายุมากกว่า 40 ปีมักมีปัญหาลงพุงหรือภาวะน้ำหนักเกิน ทำให้สวมใส่เสื้อยืดแล้วบุคลิกภาพดูไม่ดี หรือใส่แล้วอึดอัด คุณก็อาจต้องออกแบบดีไซน์เสื้อยืดของคุณให้มีสีที่พรางรูปร่าง และทำทรงให้บริเวณหน้าท้องหลวมขึ้นเพื่อให้สวมใส่ได้สบาย ทั้งต้องเลือกเนื้อผ้าที่ระบายความร้อนได้ดี เพราะผู้ชายมักจะมีกิจกรรมออกกำลังกายหรือทำงานที่เหงื่อออกง่าย ทำให้เกิดการเหม็นอับและไม่มั่นใจได้

3.เทคนิคตั้งราคา
หากคุณต้องการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าให้ได้เหนียวแน่น จำเป็นต้องตั้งราคาให้เหมาะสม โดยคำนึงถึงต้นทุนกำไรและใช้หลักจิตวิทยา เช่น หากคุณต้องการสร้างมูลค่าของอาหารแบรนด์คุณให้ดูดีเสริมภาพลักษณ์ คุณก็ต้องตั้งราคาให้สูงหน่อย พร้อมกับให้ที่มาที่ไปได้ว่าเหตุผลนั้นมาจากวัตถุดิบที่นำเข้าจากต่างประเทศ การเลือกแหล่งเพาะปลูกที่เป็นออร์แกนิก ปลอดสารพิษ บนกรรมวิธีไร้ไขมันทรานส์ เพื่อสุขภาพที่ดีของผู้รับประทาน เป็นต้น จะทำให้ผู้รักสุขภาพสนใจและเชื่อมั่นในอาหารแบรนด์ของคุณได้ และยอมรับกับราคาที่สูงกว่าแบรนด์อื่นได้เอง

หากจะทำการตลาดออนไลน์รุ่นใหม่ให้ประสบความสำเร็จนั้น คุณจะต้องศึกษาอย่างดี และให้ข้อมูลที่เหมาะสมแก่ลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าเห็นความแตกต่างระหว่างสินค้าของคุณกับแบรนด์อื่นที่มีอยู่ จะทำให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างดียิ่งขึ้นแน่นอน

เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับการตลาดออนไลน์

เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับการตลาดออนไลน์

ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนในยุคนี้นิยมซื้อขายสินค้าในยุคปัจจุบันผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ตมากกว่า 80% เพราะกำลังอยู่ในยุคที่ไวรัส covid-19 ระบาด ซึ่งคนส่วนใหญ่ต้องเก็บตัวอยู่กับบ้าน และเนื่องจากผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจโดยรวม จึงทำให้ทุกคนต้องรัดเข็มขัดลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางด้วย การทำการตลาดออนไลน์ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่นักธุรกิจที่อยากประสบความสำเร็จควรรู้ในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้

1.ประเภทของการตลาดออนไลน์
การตลาดออนไลน์แบ่งได้เป็น 2 ส่วนที่สำคัญ คือ การโฆษณาหรือ SEM (Search Engine Marketing) และการทำ SEO (Search Engine Organization) โดยเน้นที่การผลิตเนื้อหาบทความ คลิปวิดีโอ ภาพกราฟิกที่น่าสนใจ ดึงดูดสายตาลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ผ่านพื้นที่โฆษณาที่เสียค่าใช้จ่ายให้ Google หรือโพสต์บนเฟซบุ๊กและเว็บไซต์ธุรกิจ ซึ่งควรทำควบคู่กันเพื่อเสริมอำนาจการแข่งขันให้ใกล้เคียงกับบริษัทเจ้าตลาดเดิม

2.ใช้อินฟลูเอนเซอร์ประชาสัมพันธ์
อินฟลูเอนเซอร์หมายถึงกลุ่มคนที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึกของผู้รับสาร เช่น ดารานักแสดง นับว่าเป็นผู้ทรงอิทธิพลมากที่สุด ส่งผลเป็นวงกว้างในการสร้างความรับรู้ต่อผลิตภัณฑ์สินค้า สร้างภาพจดจำสินค้าได้เร็วและชัดเจนตามภาพลักษณ์ของดารานักแสดง อย่างไรก็ตามการจ้างดารานักแสดงมักมีค่าใช้จ่ายสูง ปัจจุบันบริษัทส่วนใหญ่จึงนิยมจ้างเน็ตไอดอลหรือยูทูปเบอร์ที่มีคนติดตามเป็นจำนวนมากแทน โดยเลือกคนที่มีบุคลิกลักษณะโดดเด่นและมีกลุ่มบุคคลผู้ติดตามจำนวนมาก และตรงกับกลุ่มเป้าหมายของสินค้า ซึ่งช่วยเพิ่มยอดขายได้คุ้มค่ามากกว่าค่าจ้างหลายเท่าตัว

3.การเลือก Web Hosting
หากเป็นธุรกิจขนาดกลางถึงใหญ่ จำเป็นต้องเลือก web hosting ที่ดี เพราะในช่วงเวลาพักผ่อนของคนส่วนใหญ่ คือ 18.00-21.00 น. มักมีอัตราการเข้าชมข้อมูลสินค้าหรือใช้บริการระบบอีคอมเมิร์ซพร้อมกันจำนวนมาก ดังนั้น หากเลือก web hosting ที่บริการผ่านแพ็กเกจเล็กเกินไปหรือเป็นระบบแชร์ทรัพยากรของเซิร์ฟเวอร์ เพราะเน้นเพียงค่าใช้จ่ายถูก จะทำให้เว็บไซต์ล่มเพราะเกิดการแย่งระบบทรัพยากรคอมพิวเตอร์กับเว็บไซต์อื่นด้วย ทางที่ดีควรปรึกษา web hosting ที่มีทีมงานบริการมืออาชีพ ให้คำแนะนำขนาดและรูปแบบแพ็กเกจที่เหมาะสมให้ และควรถามถึงแนวทางการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วย เพื่อไม่ให้ประสบปัญหาดังกล่าว

4.คิดโปรโมชั่นใหม่ ๆ
การตลาดออนไลน์จะประสบความสำเร็จได้ ถ้าไม่หยุดนิ่งคิดโปรโมชั่นใหม่ ๆ เช่น บางรายจะให้ราคาพิเศษ ในวันที่ 11 เดือน 11 ของปี เพื่อกระตุ้นให้คนโสดซื้อของขวัญให้ตัวเอง หรือออกแบบระบบแต้มสะสมหากมีการรีวิวสินค้า เพื่อรักษาลูกค้าเก่าและจูงใจลูกค้าใหม่ให้เชื่อมั่นได้เร็วขึ้น เป็นต้น

การตลาดออนไลน์เป็นศาสตร์ที่จำเป็นจะต้องศึกษาองค์ประกอบหลายด้านพร้อมกัน เพื่อทำให้ธุรกิจของคุณเติบโตไปได้อย่างดียิ่งขึ้น หวังว่าบทความนี้จะเป็นแรงผลักดันให้ทุกท่านใส่ใจการตลาดออนไลน์ เพื่อเพิ่มยอดขายสินค้าและบริการของคุณให้มากยิ่งขึ้นต่อไป

3 ช่องทางการตลาดออนไลน์ปี 2020 ช่วยเพิ่มยอดขาย

ช่องทางการตลาดออนไลน์ปี 2020 ช่วยเพิ่มยอดขาย

สมัยนี้การทำธุรกิจบนโซเชียลมีเดีย ได้รับความนิยมอย่างสูง และเปิดกว้างมากขึ้น อาจเป็นเพราะจุดเด่นที่ช่วยประหยัดเวลาในการเดินทาง และการเช่าหน้าร้าน อีกทั้งยังมีแอปพลิเคชันช่วยเพิ่มช่องทางการช้อปปิ้ง และมีบริษัทจัดส่งสินค้ารองรับเป็นจำนวนมาก จึงทำให้คนส่วนใหญ่ทั้งที่ว่างงานและมีงานประจำ ต่างหันมาแสวงหาโอกาสขายของและสนใจทำการตลาดออนไลน์หรือ Online Marketing กันมากขึ้น

ดังนั้นจึงต้องเรียนรู้กลยุทธ์ในการทำโฆษณา เพื่อโปรโมทสินค้าและเว็บไซต์ขายสินค้าให้ประสบความสำเร็จ เราจึงมี 3 ช่องทางมาแนะนำ เพื่อเป็นแนวทางในการวางแผนการตลาดให้กับสินค้าของคุณได้ โดยเป็นช่องทางการตลาดออนไลน์ ปี 2020 ที่นิยมใช้เพื่อช่วยเพิ่มยอดขาย ดังนี้

1.การตลาดออนไลน์ บนช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เช่น Facebook, YouTube, Instagram, Pinterest และ Twitter เป็นต้น โดยทุกแพลตฟอร์มจะมีส่วนของการลงโฆษณาซึ่งคุณสามารถโปรโมทสินค้าได้อย่างตรงกลุ่มเป้าหมาย กล่าวคือเป็นกลุ่มคนที่มีแนวโน้มสนใจในสินค้าของคุณ ซึ่งได้ผลมากกว่าช่องทางโฆษณาอื่น ๆ เพราะลูกค้ายุคใหม่ใช้สมาร์ทโฟนแทบทุกเวลาที่ตื่นอยู่ ทำให้มีโอกาสสร้างยอดขายเพิ่มได้อย่างมาก

2.การตลาดบน Search Engine ได้แก่ Google Marketing / SEM / SEO เป็นกระบวนการทำงานผ่านเว็บไซต์ Google โดยใช้คำที่เป็นคีย์เวิร์ด เพื่อทำให้สินค้าของคุณติดอันดับการค้นหาในลำดับต้น ๆ ซึ่งการทำ SEO นั้น เมื่อติดอันดับแล้ว จะสามารถประหยัดค่าโฆษณาทางตรงลงได้มาก อีกทั้งได้รับความเชื่อถือจากกลุ่มลูกค้าอีกด้วย ส่วนการโฆษณาแบบจ่ายต่อคลิกหรือ PPC เช่น การซื้อ Ads บนเว็บไซต์ของ Google จะช่วยทำให้คนเห็นได้ง่ายและคลิกได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น สามารถโฟกัสตรงไปยังกลุ่มเป้าหมายได้เช่นกัน เช่น เจาะจงสถานที่ของผู้ชม ระยะเวลาการแสดงโฆษณา รวมถึงสามารถวัดผลได้ และเปรียบเทียบโฆษณาแบบ A/B Testing ได้

3.การตลาดที่อาศัยกลยุทธ์การจ้าง “ผู้ที่มีอิทธิพลต่อสังคม” หรือ อินฟลูเอนเซอร์ เช่น เนตไอดอล ศิลปิน ดารา ดีเจ หรือเจ้าของแบรนด์ดัง เป็นต้น มาช่วยรีวิวหรือพูดถึงสินค้าและบริการของคุณ เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมและเห็นผลเร็วที่สุด เพราะลูกค้าสมัยนี้เชื่อการชี้นำจากศิลปินนักแสดงคนโปรดที่ตนชื่นชอบมากกว่าเชื่อตัวเองเสียอีก

อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะมีการโปรโมทหรือทำการตลาดออนไลน์ในช่องทางต่าง ๆ มากมายสักเท่าไร แต่ก็อย่าลืมพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการ และจัดส่งให้ถูกต้องตรงต่อเวลาด้วย เพราะความซื่อสัตย์และความรับผิดชอบนั้นถือเป็นเรื่องสำคัญมากในการทำธุรกิจ นอกจากจะมัดใจลูกค้าให้อยู่หมัดได้แล้ว ยังเป็นตัวช่วยเพิ่มยอดขายให้คุณได้อย่างเกินความคาดหมายด้วย

เหตุผลที่คนทำเว็บ จะต้องสร้างเว็บให้มีความน่าเชื่อถือ

เหตุผลที่คนทำเว็บ จะต้องสร้างเว็บให้มีความน่าเชื่อถือ

ปัจจุบันการทำการตลาดออฟไลน์เพียงอย่างเดียวไม่ได้แล้วเพราะมีการตลาดอีกแบบหนึ่งที่หลายคนหรือหน่วยงานได้มีการพูดถึงและส่งเสริมกัน เรียกว่า การตลาดออนไลน์ ซึ่งเป็นการตลาดที่มีลูกค้ารอคุณอยู่บนโลกออนไลน์ แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีคนส่วนน้อยที่พอทราบบ้าง แต่เป็นแบบที่ยังไม่ชัดเจนเท่าไหร่นักเกี่ยวกับการตลาดออนไลน์ทำให้เมื่อมีการ Search ใน Google ธุรกิจก็จะไม่ขึ้นหรือไม่ถูกมองเห็นส่งผลทำให้ธุรกิจอยู่ไม่ได้ จึงต้องปรับตัวให้เว็บไซต์มีความน่าเชื่อถือ

หากคนทำเว็บได้สร้างเว็บให้มีความน่าเชื่อถือ ถือว่าเว็บไซต์เป็นเครื่องมือหนึ่งในการขยายตลาดออนไลน์ได้อย่างรวดเร็วและง่ายมากขึ้น ธุรกิจมีโอกาสนำไปสู่การเติบโตได้สูง ถึงแม้ว่าปัจจุบันการทำธุรกิจออนไลน์จะมีการแข่งขันสูงก็ตาม คนทำเว็บหรือผู้ประกอบการที่จะทำธุรกิจออนไลน์ สามารถเริ่มต้นในการสร้างเว็บไซต์ของตัวเองที่มีความน่าเชื่อถือได้ ส่งผลดีในการ Search หรือเว็บไซต์จะได้ติดอยู่หน้าแรกของ Google เพราะจะมีผู้คนค้นหาและเข้ามาพบเจอเว็บไซต์ของธุรกิจได้ตลอด 24 ชั่วโมง กลายเป็นเว็บไซต์ที่มีผู้คนรู้จักกันอย่างมากมายเลยทีเดียว

การขายสินค้านั้นมีหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น การนำสินค้าจากคนอื่นมาขายโดยที่ไม่ต้องสต็อกสินค้า สินค้าแบบโรงงานอุตสาหกรรมซึ่งไม่ว่าจะเป็นสินค้าในรูปแบบไหน หากคนทำเว็บได้สร้างเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ ก็จะทำให้สะดวกในการขายสินค้าเหล่านี้ และถ้าจะเพิ่มความสะดวกมากขึ้นไปอีก คนทำเว็บควรจะเน้นการเข้าถึงง่ายเพื่อให้ผู้เข้ามาดูเว็บสะดวกในการซื้อสินค้า เพียงคลิกประมาณ 2 – 3 ครั้ง โดยที่ตัวอักษรไม่ต้องมีมากมายแต่เน้นรูปสินค้าให้เด่น การสร้างเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือจะช่วยให้คุณได้ลูกค้าใหม่ ๆ จากที่มีกลุ่มลูกค้าเดิม ๆ อยู่แล้ว

โอกาสในโลกออนไลน์นั้นมีอยู่ตลอดเวลา

ลองคิดดูว่าหากมีคนค้นหาสินค้าที่คุณขายประมาณ 1,000 คนต่อวัน แต่กลับไม่พบเห็นเว็บไซต์ของคุณ หรือเห็นแล้วแต่ดูน่าเชื่อถือน้อยกว่าเว็บไซต์อื่น ๆ ก็เท่ากับว่าเสียโอกาสได้ลูกค้าใหม่ ๆ นี้ไป ดังนั้น หากอยากให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืนจริง ๆ คนทำเว็บจะต้องสร้างเว็บให้มีความน่าเชื่อถือตามเหตุผลที่เราได้กล่าวไว้ข้างต้น ซึ่งเป็นเว็บที่รองรับทุกอย่างทั้งระบบของเว็บไซต์ การตลาดภายในตัวเว็บไซต์ เพราะจะเป็นตัวช่วยในการหาลูกค้าได้ดีเยี่ยม ด้วยเหตุนี้เอง ความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์จึงเป็นสิ่งที่คนทำเว็บต้องเน้นเรื่องนี้เป็นสำคัญ

5 เทคนิคสู่ความสำเร็จในธุรกิจระดับมืออาชีพ

5 เทคนิคสู่ความสำเร็จในธุรกิจระดับมืออาชีพ

ในยุคที่มนุษย์ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อสร้างกลยุทธ์ในการทำธุรกิจและการทำธุรกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจับจ่ายใช้สอย ชำระค่าบริการผ่านระบบอินเทอร์เน็ตของธนาคาร หรือการช้อปปิ้งออนไลน์ผ่านผู้ให้บริการร้านค้าออนไลน์ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในปัจจุบัน ปัจจัยเหล่านี้คือประตูบานใหญ่ที่เปิดต้อนรับธุรกิจออนไลน์และนักการตลาดออนไลน์ทั้งหลาย ที่สามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางธุรกิจให้เข้ากับยุคสมัย โดยอาศัยเทคนิคการสร้างแบรนด์ และมีระบบการตลาดออนไลน์เพื่อสร้างกิจกรรมการขายให้ทันยุคสมัยแห่งเทคโนโลยีนี้ มาดูกันว่าเทคนิค 5 ข้อที่ช่วยให้คุณเป็นนักการตลาดออนไลน์แบบมืออาชีพมีอะไรบ้าง

  1. การเรียนรู้เทคโนโลยีคือสิ่งสำคัญ หากคุณกระโจนเข้าสู่การตลาดออนไลน์แบบเต็มตัวแล้วล่ะก็ ต้องเรียนรู้เกี่ยวกับเครื่องมือสำหรับการตลาดออนไลน์ ได้แก่ platform Marketplace ต่าง ๆ รวมไปถึงเรื่องของ Search Engine, Website, SEO และ Social ต่าง ๆ โดยนำมาประกอบกับประสบการณ์และความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมในคุณภาพสินค้าและบริการที่อยู่ในมือคุณ
  2. จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ นอกจากหัวใจของการขายแล้ว ความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการเพื่อหามุมมองใหม่ ๆ ทางการตลาด ก็สามารถช่วยให้คุณพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดออนไลน์ให้โดดเด่นและดึงดูดใจลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น
  3. ทำงานเป็นทีม พึงระลึกไว้เสมอว่า การตลาดไม่สามารถทำงานเพียงลำพังได้ ดังนั้นการเตรียมพร้อมด้านข้อมูลที่ดี มีมนุษย์สัมพันธ์ดี ก็จะยิ่งช่วยให้การประสานงานกับผู้ที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ทั้งภายในและภายนอกขององค์กรดำเนินไปอย่างราบรื่นและสำเร็จเสร็จสิ้นตรงตามเป้าหมายได้ในที่สุด
  4. มีความสามัคคี การตลาดออนไลน์เป็นงานที่ท้าทาย ต้องอาศัยความอดทนและความยืดหยุ่นสูง การใช้เหตุผลและความถูกต้องในการทำงานร่วมกับทีมหรือแม้แต่ในการประชุมที่มีข้อโต้เถียงกัน จะช่วยลดทิฐิและอารมณ์ต่าง ๆ ลง นักการตลาดออนไลน์ที่ดีจึงต้องแสดงความคิดเห็นหรือชักจูงให้ทีมมีความสามัคคี ทำงานร่วมกัน เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เพื่อสร้างผลสำเร็จของงานร่วมกันได้
  5. มีความซื่อสัตย์ต่อจรรยาบรรณในวิชาชีพของตนเอง ปัจจุบันโลกของเราเต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลง เช่นเดียวกับการตลาดออนไลน์ ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตามปัจจัยแวดล้อม ทั้งในด้านเทคโนโลยีและพฤติกรรมของผู้บริโภค แต่ไม่ว่าทุกอย่างจะเปลี่ยนไปอย่างไร มีสิ่งหนึ่งที่ต้องยึดมั่นไว้เสมอคือ ลูกค้าจะต้องได้รับสินค้าและบริการที่ดีเยี่ยม เพราะจะส่งผลดีในระยะยาว

ดังนั้นการทำการตลาดออนไลน์แบบมืออาชีพ จำเป็นต้องเตรียมพร้อมอยู่เสมอ ไม่ว่าคุณจะทำสินค้าขายบนโลกอินเตอร์เน็ต เปิดเว็บเช่าคอนโด วิเคราะห์บอล เกมส์ออนไลน์ ต้องพร้อมที่จะเปิดรับและเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เพื่อนำมาปรับใช้กับตนเองและองค์กร เรียนรู้จากข้อผิดพลาดและลงมือแก้ไขอย่างทันท่วงที สิ่งเหล่านี้จะสร้างความเชื่อมั่นและความภาคภูมิใจให้แก่ลูกค้าและตัวคุณเอง เมื่อคุณสามารถวางกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ที่เชื่อมโยงทุกอย่างเข้าด้วยกันอย่างสอดคล้องและเป็นระบบ ก็จะนำคุณสู่ความสำเร็จที่ตั้งเป้าหมายไว้ในที่สุด

ทำการตลาดออนไลน์อย่างไร ให้ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว

ทำการตลาดออนไลน์อย่างไร ให้ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว

การตลาดออนไลน์เป็นช่องทางประชาสัมพันธ์แบรนด์สินค้าและสร้างชื่อเสียงให้กับตัวคุณได้หากเรียนรู้หลักการทำที่ถูกต้อง ซึ่งสามารถเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าได้ทุกประเภททางสื่อโซเชียล โดยจะมีวิธีการอย่างไรบ้างนั้น มาดูพร้อมกันเลย

1. ใช้ประโยชน์จาก search engine หลายชนิด
ผู้คนนิยมหาชื่อสินค้าและบริการผ่านการพิมพ์ในช่อง Search ของ Google ดังนั้น Google จึงเป็นตลาดการค้าออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งจะมีการจัดอันดับของเว็บไซต์ตามคะแนน SEO ที่คำนวณด้วยระบบ algorithm และแบบเช่าพื้นที่โฆษณา ที่เรียกว่า Google Ads นอกจากนี้ ยังมีช่องทางที่คนนิยมใช้ค้นหาอื่น ๆ ก็คือทาง Facebook และ Instagram ซึ่งจะเป็นกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานที่มีความสนใจเฉพาะเจาะจงมากกว่า

2. ใช้คีย์เวิร์ดที่ดีสำหรับการสืบค้น
การเลือกใช้คีย์เวิร์ดในการผลิตบทความ SEO มีส่วนสำคัญอย่างมาก ที่จะทำให้คนเห็นบทความดี ๆ ของคุณ ซึ่งต้องศึกษาระบบการวิเคราะห์คุณภาพของเพจหรือเว็บไซต์ตามแต่ชนิดของ search engine นั้น ๆ ควบคู่ด้วยจึงจะมีประสิทธิภาพสูงที่สุด

3. เขียนบล็อกที่มีคุณภาพและสร้างอัตลักษณ์ให้กับแบรนด์
การสร้างความน่าเชื่อถือในบทความเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะทำให้ผู้คนเชื่อมั่นในตัวสินค้าตามไปด้วย เช่น คุณจำหน่ายเครื่องฟอกอากาศ ก็จำเป็นต้องเขียนบทความที่มีเนื้อหาแนววิชาการ เชื่อถือได้สูง มีแหล่งอ้างอิงทั้งในและต่างประเทศ และยังต้องหมั่นนำเสนอเรื่องราวใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องทางด้านสุขภาพของบุคคลทุกวัยในครอบครัวด้วย

4. มีช่องทางติดต่อที่หลากหลาย
ปัจจุบัน คนนิยมติดต่อกันทางไลน์ ระบบ Messenger หรือ Twitter ซึ่งจะมีการตอบโต้ได้อย่างรวดเร็วฉับไวระหว่างผู้โพสต์และผู้ติดตาม รวมถึงการแชร์แบ่งปันเนื้อหาและการติดต่อพูดคุยสอบถามหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าและบริการ คุณจึงควรเรียนรู้การใช้เครื่องมือเหล่านี้ให้เต็มประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว

5. ศึกษาสถิติของแต่ละระบบ
สถิติมาจากการคำนวณและวิเคราะห์ของแต่ละแพลตฟอร์ม คุณสามารถเข้าไปศึกษาระบบสถิติได้ว่ามีจำนวนคนติดตามเพิ่มขึ้นหรือไม่ เนื้อหาแนวใดที่มีคนสนใจ เพื่อเป็นตัวกำหนดทิศทางได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ว่าเนื้อหาชิ้นต่อไปนั้นควรจะเป็นเช่นไร ที่จะดึงดูดใจลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้นกว่าเดิม

6. การจ้างยูทูปเบอร์
ช่องทางการตลาดที่มาแรง คงหนีไม่พ้นทาง youtube ซึ่งหากคุณติดต่อจ้างยูทูปเบอร์ให้ช่วยประชาสัมพันธ์สินค้าให้ในช่องที่มีคนติดตามหลักแสน ก็จะทำให้สินค้าเป็นที่รู้จักในวงกว้างในเวลารวดเร็ว ขณะเดียวกัน ก็ได้รับความเชื่อมั่นสูงจากผู้ติดตามของยูทูปเบอร์คนนั้น ๆ ด้วย

โลกโซเชียลเป็นช่องทางสร้างรายได้ที่สำคัญในโลกยุคปัจจุบัน ผู้ที่ศึกษาการทำการตลาดออนไลน์อย่างจริงจังและปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้ประสบความสำเร็จได้ดี และมีอำนาจในการแข่งขันสูงกว่าแบรนด์สินค้าอื่นอย่างแน่นอน

ทำการตลาดออนไลน์ ให้ประสบความสำเร็จ

ปรับตัวอย่างไรเมื่อการค้าขายอยู่ในโลกของออนไลน์

คำแนะนำเมื่อขายของในโลกของออนไลน์

เมื่อเราอยู่ในยุคที่ทุกอย่างสามารถซื้อขายผ่อนออนไลน์ ทำให้เข้าถึงลูกค้าได้ง่ายจากช่องทางสื่อโชเชียล แต่การตลาดออนไลน์ก็ไม่ได้ทำให้ทุกธุรกิจประสบความสำเร็จได้ทุกราย แม้ว่าแพลตฟอร์มออนไลน์จะทำให้เกิดการซื้อขายและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ง่ายก็ตาม แต่เจ้าของธุรกิจหรือพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ก็ต้องปรับตัวอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอด แล้วจะปรับตัวอย่างไรเมื่อการค้าขายอยู่ในโลกของออนไลน์ เรามีคำแนะนำดี ๆ ดังนี้

คำแนะนำเมื่อขายของในโลกของออนไลน์

เข้าใจรูปแบบแต่ละแพลตฟอร์ม

การตลาดออนไลน์มีหลายแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น เว็บไซต์ เพจ เฟซบุ๊ก ไลน์@ หรือแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่เป็นมาร์เกตเพลส ความหลากหลายของการตลาดออนไลน์เหล่านี้ ทำให้เกิดการแข่งขันของแต่ละแพลตฟอร์มที่สูง หากเราไม่เข้าใจรูปแบบหรือลักษณะของการตลาดแต่ละแพลตฟอร์มอย่างลึกซึ้งจะทำให้เราวางแผนการตลาดผิดพลาดได้ เช่น หากเราเป็นรูปแบบบริษัท ขายสินค้าที่มีราคาสูง สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญให้มากคือเว็บไซต์ เพราะเปรียบเสมือนหน้าตาของแบรนด์ เป็นเหมือนดั่งบ้านที่อยู่ในโลกของออนไลน์ ถ้าไม่มีเว็บไซต์ ความน่าเชื่อถือก็น้อยลงตามไปด้วย เป็นต้น

เกาะติดสถานการณ์และมอนิเตอร์ยอดขายทุกวัน

โลกออนไลน์นั้นมีการเคลื่อนไหวและเกิดการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การจะขายของในออนไลน์ให้อยู่รอดได้ คุณต้องเร็ว หากช้าถือคุณจะพลาดโอกาสทองนั้นไปและจะไม่มีโอกาสที่สองอีก ต้องทันเหตุการณ์ เกาะติดทุกสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปของโลกเพราะทุกอย่างล้วนส่งผลถึงกันหมด แล้วเช็คยอดขายที่เกิดขึ้น จะช่วยให้เตรียมรับมือได้ทัน

รู้จักกลุ่มเป้าหมายที่เป็นลูกค้าให้ได้ก่อน

ไม่ว่าเราจะขายสินค้าในแพลตฟอร์มไหนเราต้องรู้จักลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมายสินค้าเราให้ได้ก่อน หลักการนี้ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของการตลาดทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เพราะวันนี้ถ้าเราไม่รู้ว่าเราจะขายสินค้าให้ใคร เราจะเลือกใช้วิธีการกับกลุ่มเป้าหมายไม่ตรงจุด ทำให้มีผลกับการตัดสินใจซื้อ ลองคิดง่าย ๆ ว่า ถ้าเราขายสินค้าให้กับคนที่เขาไม่ต้องการ ต่อให้ทำวิธีการไหนเขาก็ไม่ซื้อ นอกจากเราจะเสียเวลาและงบประมาณทางการตลาดแล้ว เรายังสูญเสียโอกาสในการขายให้กลุ่มลูกค้าที่เป็นเป้าหมายจริง ๆ ของเราอีกด้วย

สร้างคอนเทนต์ให้น่าสนใจ

หัวใจหลักอีกข้อหนึ่งของการขายออนไลน์ นั่นคือการทำคอนเทนต์ที่เป็นเครื่องมือให้ช่วยเร่งและกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้า ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของ คำบรรยาย รูปภาพ VDO การไลฟ์ สด ขายของ ที่ต้องมีความน่าสนใจ ทำให้มีคนติดตามและซื้อสินค้า ตัวอย่างการทำคอนเทนต์ที่เห็นได้อย่างชัดเจน เช่น การสร้างสตอรี่เล่าเรื่องของบริษัทขายประกัน ที่เขาสื่อสารเรื่องราวในรูปแบบของความรัก ความห่วงใยแทนการบอกว่าประกันดีอย่างไรแบบตรง ๆ โดยใช้เรื่องสั้นหรือเรื่องราวมาช่วยให้คนที่ดูอินไปกับเหตุการณ์ที่กำลังนำเสนอเป็นการชักจูงให้ซื้อประกัน วิธีนี้เป็นการจูงใจให้ซื้อประกันได้อย่างแนบเนียน

นอกจากหลักการที่กล่าวมาข้างต้น การขายออนไลน์ส่วนใหญ่แล้วมักจะตามกระแส หากเป็นสินค้าที่ขายตามกระแสได้ ก็อาจไม่ต้องพึงระวังอะไร ๆ มากนัก นอกจากเรื่องให้ระวังการกักตุนสต๊อกสินค้าที่อย่ามากเกินไปจนสุดท้ายขายออกไม่หมดจนทุนจม แต่ถ้าหากเป็นสินค้าที่มีราคาสูงและมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองอยู่แล้ว การขายตามกระแสอาจทำได้แค่บางครั้งบางคราวเท่านั้น อย่าให้กระแสเป็นหลักของการทำมาร์เก็ตติ้ง เพราะอาจทำให้คุณสูญเสียภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้

ปรับตัวอย่างไรเมื่อการค้าขายอยู่ในโลกของออนไลน์