ทำการตลาดออนไลน์ด้วยตัวเองหรือจ้างบริษัทดีกว่ากัน

ทำการตลาดออนไลน์ด้วยตัวเองหรือจ้างบริษัทดีกว่ากัน

การทำการตลาดให้ธุรกิจออนไลน์เป็นสิ่งที่จะต้องทำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าเป้าหมายได้จดจำแบรนด์ของคุณได้รวดเร็วและยาวนาน ทำให้มียอดขายสินค้าบริการที่มากขึ้นเรื่อย ๆ ตามฐานลูกค้าที่เชื่อมั่นในแบรนด์

การทำการตลาดการตลาดออนไลน์ในปัจจุบันมีอยู่หลายเทคนิคไม่ว่าจะเป็นการทำ SEO หรือ search engine optimization และการซื้อพื้นที่ทำสื่อโฆษณาในรูปแบบต่าง ๆ ทำให้ผู้ที่เข้ามาสู่วงการธุรกิจออนไลน์รุ่นใหม่ มีข้อสงสัยว่าควรจะทำการตลาดด้วยตัวเองหรือ จ้างบริษัทรับ จ้างทำการตลาดออนไลน์ จึงจะประสบความสำเร็จมากกว่ากัน เราจึงได้รวมประเด็นที่สำคัญที่น่าสนใจในการพิจารณามาฝากกัน ดังนี้

ข้อดี ข้อเสีย ของการทำการตลาดออนไลน์ด้วยตัวเอง

การทำการตลาดด้วยตัวเองจะมีข้อดีตรงที่คุณรู้รายละเอียดและเข้าใจถึงความต้องการของบริษัทตัวเองมากที่สุด รู้ว่าต้องการผลงานที่มีคุณภาพสะท้อนถึงสิ่งที่คุณคิดหรือความเป็นตัวตนแบบไหน

คุณจะมีความทุ่มเททั้งกลางวันและกลางคืน ตลอด 24 ชั่วโมง ที่จะทำให้ผลงานออกมาดีที่สุดเพื่อเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายทางธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น ที่สำคัญยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่ต้องไปจ้างผู้อื่น ลดต้นทุนธุรกิจได้หลายพันถึงหลายแสนบาทในแต่ละเดือน

แต่กรณีที่คุณยังขาดความเชี่ยวชาญหรือไม่ถนัดในเรื่องของการทำสื่อโฆษณา ก็อาจจะต้องอาจจะเสี่ยงกับการสูญเสียโอกาสในการแข่งขันกับแบรนด์อื่นที่ใช้ผู้ชำนาญที่มีฝีมือมากกว่าในการวิเคราะห์และทำสื่อกระตุ้นผู้บริโภค ทำให้คุณไม่ได้ยอดขายเท่าที่ควรในช่วงเวลาที่มีการแข่งขันสูง

ข้อดี ข้อเสีย ของการทำการตลาดออนไลน์ด้วยการจ้างบริษัทเอกชน

การจ้างบริษัทเอกชนทำตลาดออนไลน์ ก็มีข้อดีตรงที่คุณจะได้ผลงานแบบมืออาชีพ และใช้เวลาที่น้อยกว่าการลงมือทำด้วยตัวเอง ทำให้คุณสามารถที่จะไปใส่ใจกับงานด้านการบริหารองค์กรหรือการคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้มากขึ้น

แต่ขณะเดียวกันก็เท่ากับคุณมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย นับเป็นต้นทุนที่คุณต้องนำมาคิดเพื่อบริหารจัดการให้ลงตัวในระยะยาวด้วย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีบริษัทที่เป็นมิจฉาชีพแฝงตัวมารับงานเป็นจำนวนมาก โดยคิดค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าปกติ จึงต้องระมัดระวังมากขึ้น

ไม่ว่าคุณจะเลือกทำการตลาดออนไลน์ด้วยตัวเองหรือการจ้างทำ ก็มีข้อดีและข้อเสียต่างกันไป ขอให้พิจารณาจากประเภทและขนาดของธุรกิจ อาจทดลองทำด้วยตัวเองในระยะเริ่มต้น แต่ถ้าไม่ประสบผลสำเร็จ ก็ค่อยจ้างบริษัทที่มีความชำนาญ ซึ่งหากมีการแนะนำบอกต่อมา ก็จะลดความเสี่ยงจ้างกลุ่มที่เป็นมือสมัครเล่นได้ จะทำให้ได้ผลงานดี คุ้มค่าใช้จ่าย และทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักเร็วขึ้นด้วย

ข้อดี ข้อเสีย ของการทำการตลาดออนไลน์ด้วยตัวเอง

รู้จักการตลาดให้มากขึ้น เทรนด์การตลาดออนไลน์ 2019

รู้จักการตลาดให้มากขึ้น เทรนด์การตลาดออนไลน์ 2019

การตลาดออนไลน์ยุคใหม่จำเป็นจะต้องติดตามแนวโน้มของกระแสแฟชั่นและความสนใจของผู้บริโภคอยู่ตลอดเวลา ผู้ที่มุ่งหวังให้ธุรกิจประสบความสำเร็จให้แบรนด์ติดตลาดในชั้นแนวหน้า จึงต้องมีการศึกษาเทคนิคใหม่ ๆ และพัฒนาวิธีการประชาสัมพันธ์ข้อมูล หรือการเข้าถึงลูกค้ามากขึ้น รวมถึงสร้างบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการได้มากยิ่งขึ้น จะทำให้สามารถแข่งขันทางธุรกิจกับบริษัทคู่แข่งต่าง ๆ ได้อย่างดีในปี 2019

เทรนด์การตลาดออนไลน์ที่ต้องให้ความสำคัญในปี 2019 มีดังนี้

1. การตอบสนองอย่างเร่งด่วน

มีการศึกษาพบว่าคนรุ่นใหม่ชอบใช้บริการจากเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันที่ตอบสนองได้อย่างเร่งด่วน ได้แก่ การสอบถามข้อมูลสินค้าที่สนใจในเว็บไซต์ต่าง ๆ ทาง chatbot การเปรียบเทียบราคาตั๋วเครื่องบินและที่พักผ่านแอปพลิเคชันสุดฮิตอย่าง Skyscanner การสอบถามเส้นทางเพื่อวางแผนการเดินทางผ่าน Google map ฯลฯ หากคุณต้องการที่จะขายสินค้าได้มากขึ้นกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ จะต้องสร้างแอปพลิเคชันหรือออกแบบเว็บไซต์ที่มีระบบ AI ในการทำงานเพื่อตอบโจทย์สิ่งเหล่านี้

2. ความดึงดูดใจด้วยสื่อเคลื่อนไหว

การสื่อสารผ่านคลิปวีดีโอไม่ว่าจะบน Facebook และ Instagram อย่างที่เราเห็นการไลฟ์สดหรือการอัดคลิปที่ผ่านการวางโครงเรื่อง ออกแบบการถ่ายทำและตัดต่อมาอย่างดี เป็นเทคนิคที่ช่วยให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่อยู่ในวัย 20-35 ปีได้มากยิ่งขึ้น มีการเก็บสถิติทางการตลาดพบว่าหากใน 3 วินาที คลิปวีดีโอหนึ่ง ๆ ไม่สามารถดึงดูดใจได้ จะทำให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายเปลี่ยนไปสนใจข้อมูลจากเว็บไซต์หรือแบรนด์อื่นในทันที จะเห็นได้ว่าการผลิตวีดีโอเพื่อส่งเสริมการขายต้องวางแผนและคิดไอเดียที่แปลกแหวกแนวออกมาอยู่เสมอ

3. การทำ SEO และ SEM

การเลือก keyword สำหรับการทำ SEO (search engine optimization) สำคัญอย่างยิ่งในยุคปัจจุบัน ควรใช้ Long tail niche keyword คือคำค้นหาที่มีความยาวและเฉพาะเจาะจงกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย โดยยึดหลักว่า ใคร อะไร ที่ไหน อย่างไร เช่น เสื้อแฟชั่น ผู้หญิง ท่องเที่ยว เกาหลี ฤดูใบไม้ผลิ 2019 จะทำให้เข้าถึงการสืบค้นของกลุ่มเป้าหมายได้มากยิ่งขึ้น เปอร์เซ็นต์ในการขายได้จะสูงมากขึ้นตามไปด้วยเทรนด์การตลาดออนไลน์ที่ต้องให้ความสำคัญ

ส่วนการทำ SEM (search engine marketing) หรือการซื้อพื้นที่ประชาสัมพันธ์ใน Google ที่จะมีการคิดอัตราค่าบริการตามการคลิกเข้าไปชม ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องทำคู่กับการทำ SEO เพื่อเพิ่มยอดขายและสร้างการจดจำแบรนด์ได้อย่างดียิ่งขึ้นในเวลาอันสั้น

จะเห็นได้ว่า เทรนด์การทำการตลาดออนไลน์ในปี 2019 จำเป็นต้องใช้หลากหลายเทคนิคในการทำให้ประสบความสำเร็จ หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกท่านนำไปปรับใช้ แก้ไขจุดอ่อน ส่งเสริมธุรกิจของตัวเองได้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้เข้าสู่เป้าหมาย คือ ทำให้ธุรกิจออนไลน์เติบโตได้อย่างก้าวไกลต่อไป

กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ที่ผู้ประกอบการควรรู้ 2019

กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ที่ผู้ประกอบการควรรู้ 2019

การตลาดออนไลน์ ในปี 2019 มีอัตราการแข่งขันที่สูง เนื่องจากธุรกิจทั่วโลกอยู่ในภาวะฝืดเคือง อันเป็นผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา ทำให้ผู้ประกอบการร้านค้าต้องช่วงชิงจังหวะในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย มีการจัดโปรโมชั่น การศึกษาสถิติตัวเลขต่าง ๆ เพื่อนำมาสร้างจุดแข็งเหนือคู่แข่งอื่น

เราจึงได้รวบรวมคำแนะนำจากกูรูทางการตลาด ที่ผู้ประกอบการธุรกิจออนไลน์ควรรู้ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาธุรกิจให้ดียิ่งขึ้นในปีนี้

1. การพัฒนาเว็บไซต์ ตามหลัก SEO หรือ Search Engine Optimization อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะจะทำให้ระบบ Algorithm ของ Google จัดอันดับแสดงผลด้านบนในหน้าต่างการสืบค้น ทั้งนี้ หลังการทำ SEO ต้องมีการเช็คความเปลี่ยนแปลงของอันดับเว็บไซต์ ใน Google Search Console เป็นระยะ เพื่อการปรับเปลี่ยน Keywords แนวทางการเขียนบทความ SEO ฯลฯ ที่ตรงใจลูกค้าเป้าหมายต่อไป

2. ปรับ Keywords จากเดิมที่มักนิยมเป็นคีย์เวิร์ดสั้น ๆ ความหมายรวม ๆ กว้าง ๆ เช่น รองเท้ากีฬา ก็เปลี่ยนมาเป็นคำที่เจาะจงกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการนำเสนอสื่อคลิปสาธิตหรือบทความที่ดีขึ้น เรียกว่าเป็น Long-Tail Niche Keywords เช่น รองเท้า วิ่ง สตรี Nike และตามด้วยชื่อรุ่น เป็นต้น

3. ควรนำค่า Engagement จากผู้ชมเว็บไซต์ ที่ได้จากการวิเคราะห์หลังบ้าน มาใช้ในการปรับปรุง เช่น สถิติจำนวนผู้เข้าชมในแต่ละช่วงเวลา จำนวนยอดไลค์ ใน Facebook หรือ Instagram ว่าชื่นชอบคลิปหรือบทความแนวไหน เพื่อ ผลิตผลงานชิ้นต่อไป ในรูปแบบที่สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ดีมากยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง

4. กรณีที่มีการจ้างงานยูทูปเบอร์หรือเน็ตไอดอล ควรจะศึกษาว่าช่วงเวลานั้นใครกำลังอินเทรนด์ หรือได้รับกระแสนิยมสูง ซึ่งคนรุ่นใหม่จำนวนมากจะสนใจสื่อที่ผู้นำเสนอเป็น Micro หรือ Nano influencer หากเลือกพรีเซ็นเตอร์ที่เหมาะสม ก็จะมีผลดีอย่างมากต่อการดึงดูดใจผู้ชมคลิป ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว และทำให้เพิ่มยอดขายได้มาก

5. การติดตามเทรนด์คำพูดจากละคร เพื่อนำมาเป็นแนวเขียนบทความ SEO ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเขียนบทความที่เกี่ยวข้องกับความงาม ไลฟ์สไตล์ ฯลฯ เข้าถึงกลุ่มคนเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นใหม่ได้ดี ทำให้สร้างความรู้สึกใกล้ชิดกับแบรนด์ ซึ่งจะได้รับการบอกต่ออย่างรวดเร็ว

6. การเปิด Account ในหลาย ๆ แพลตฟอร์มเพื่อการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเพจใน Facebook การสร้างทวิตเตอร์ เพื่อแจ้งข่าวสารใหม่ ๆ การทำเพจใน Instagram ที่มีคลิปน่าสนใจ เพื่อให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายติดตามเข้ามาชมรายละเอียดในเว็บไซต์ทางธุรกิจ

หวังว่า เทคนิคการตลาดออนไลน์ 2019 ที่เรานำมาเสนอนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการธุรกิจออนไลน์ทุกท่านในการนำไปพัฒนาให้ประสบความสำเร็จได้ดียิ่งขึ้นตลอดปี

คำแนะนำจากกูรูทางการตลาด

วิธีการตลาดออนไลน์แบบไหนเหมาะกับยุคสมัย

กลยุทธ์การตลาดแบบใดที่เหมาะกับยุคสมัย

ทุกธุรกิจเผชิญการแข่งขันดุเดือด แบรนด์เกิดใหม่เติบโตยากลำบาก แต่การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคทำให้ธุรกิจใหม่มีโอกาสแจ้งเกิดด้วยแผนการตลาดออนไลน์ที่มีด้วยกันหลายรูปแบบ ดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาหาธุรกิจรวดเร็วและง่ายดายยิ่งขึ้น

มาดูกันว่ามีกลยุทธ์การตลาดแบบใดที่เหมาะกับยุคสมัยปัจจุบันและในทศวรรษหน้า

1.เมื่อพูดถึงกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ ดูเหมือน SEO เป็นรูปแบบยอดนิยมตลอดกาล นักการตลาดดิจิทัลยังคงแนะนำว่าไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการทำ SEO ควรทำความเข้าใจวิธีการทำให้เว็บไซต์ติดอันดับและปรับปรุงแผนการตลาดให้ไปได้สวยกับอัลกอริทึมที่แท้จริงของ Google หากต้องการให้ธุรกิจประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว เข้าไปอยู่ในอันดับต้น ๆ ของ Google ได้ควรวางใจให้ผู้เชี่ยวชาญจัดการทำ SEO ให้ในตอนแรกจะดีกว่า หลังจากนั้นเจ้าของธุรกิจควรเรียนรู้พื้นฐานว่ามีปัจจัยอะไรส่งผลลัพธ์ต่อ SEO รวมถึงการใช้ลิงก์ภายนอกหรือ Backlink อย่างปลอดภัย ไม่เสี่ยงทำคอนเทนต์ซ้ำ ๆ และไม่มีคุณภาพออกมา เพราะ Google จะบอกว่าเป็นบทความที่ลอกมาและถูกปรับอันดับแย่ลง เทคนิคต่าง ๆ ที่เคยใช้ตลอดหลายปีที่ผ่านจะใช้ไม่ได้อีกต่อไป ขณะนี้ Google กำลังติดป้ายกำกับว่าไม่ปลอดภัย ทำให้เว็บไซต์ไม่ติดอันดับในเครื่องมือค้นหา จำเป็นต้องเปลี่ยนวิธีการที่ล้าสมัยทั้งหมด

2.การทำการตลาดผ่านเครื่องมือค้นหาบนอินเทอร์เน็ต หรือ SEM เป็นวิธียอดนิยมสำหรับธุรกิจที่ยังใหม่ต่อการตลาดออนไลน์ผ่านเสิร์ชเอ็นจิ้น โดยใช้วิธีการโฆษณาแบบชำระเงิน ก่อนอื่นต้องหาความรู้ก่อนว่ามีกระบวนการทำงานอย่างไร เมื่อเข้าใจแล้วจ้างผู้เชี่ยวชาญช่วยทำในด้านนี้ ทำความเข้าใจกันว่าต้องการโฆษณาแบบข้อความ, รูปภาพ, วิดีโอบน YouTube หรือโฆษณาบนมือถือเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ต้องการโดยตรง ทีมงานมืออาชีพจะติดตามว่าโฆษณาของคุณทำงานได้ดีและมีผลตอบรับมากน้อยอย่างไร มองทางเลือกในการโฆษณาแบบเสียค่าใช้จ่ายหลายรูปแบบ โดยเฉพาะโฆษณาบน Facebook ทำให้มีโอกาสเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายยิ่งขึ้น

3.การตลาดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เป็นช่องทางที่ได้รับความสนใจมากที่สุด ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหลังจากได้โพสต์เนื้อหาลงในโซเชียลมีเดียแล้วถูกใจผู้อ่าน จะมีการแบ่งปันข้อมูล กดไลค์ และกดติดตามง่ายและรวดเร็ว ทำให้ต้องเน้นว่าจะทำโฆษณาทางโซเชียลมีเดียอย่างไรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในปีนี้และทศวรรษหน้า ทุกวันนี้มีเครื่องมือและระบบอัตโนมัติมากมายที่ช่วยตั้งค่าการโพสต์เนื้อหาตามเวลาที่มีคนเปิดอ่านมากที่สุด การจ้างผู้เชี่ยวชาญที่รู้พฤติกรรมของผู้บริโภคเข้ามาจัดการโพสต์จะช่วยให้โฆษณาได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยที่ลูกค้าไม่รู้สึกว่าถูกยัดเยียด เจ้าของธุรกิจจะต้องดูแลเนื้อหาคอนเทนต์บางส่วนเพื่อนำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์และน่าสนใจ ไม่ใช่ว่าเน้นการขายอย่างเดียว พยายามอัปเดตบ่อย ๆ เพราะโซเชียลมีเดียเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการทำธุรกิจในปัจจุบันและอนาคต

4.การตลาดออนไลน์รูปแบบ Content Marketing มีความสำคัญกับการทำเว็บไซต์ให้คนรู้จักมาก เพราะเนื้อหาบทความเป็นส่วนสำคัญในการดึงดูดผู้ชมเป้าหมายให้ติดตามลิงก์จากโซเชียลมีเดียเข้ามาอ่านเพิ่มเติมในเว็บไซต์ทางการ ซึ่งเปิดช่องทางให้ค้นหาสินค้าหรือบริการที่ตรงใจมากขึ้น การเขียนคอนเทนต์จึงต้องน่าอ่านและมีประโยชน์เกี่ยวข้องกันเพื่อทำให้คุ้มค่ากับเวลาที่ติดตามอ่าน ผู้เชี่ยวชาญการตลาดแนะนำให้เน้นแนวทางการเขียนแบบ How to ที่หลายคนชื่นชอบและตอบโจทย์ผู้อ่านได้ดี มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อโดยตรง นอกจากเนื้อหาดีแล้วยังต้องเหมาะกับการโพสต์บนอุปกรณ์มือถือซึ่งจะที่มีอิทธิพลทางการตลาดโดยอัตโนมัติ

วิธีการตลาดออนไลน์แบบไหนเหมาะกับยุคสมัย

กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ที่ธุรกิจสตาร์ทอัพควรรู้

กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ที่ธุรกิจสตาร์ทอัพควรรู้

แนวคิดการทำธุรกิจสตาร์ทอัพกำลังเป็นที่นิยม เพราะมีการลงทุนต่ำและการนำเสนอที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใครส่งผลให้กิจการเติบโตรวดเร็วตั้งแต่เริ่มต้น จึงมีการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ทุกวันซึ่งพลิกโฉมธุรกิจดั้งเดิมให้มีความทันสมัยมากขึ้นและคล่องในเวลาเดียวกัน สามารถปรับตัวรวดเร็วทันกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่พลิกไปมาตลอดเวลา ขณะเดียวกันยังต้องอาศัยความเชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง

การทำธุรกิจแบบสตาร์ทอัพไม่ต้องมีแบบแผนเหมือนกับธุรกิจแบบ SME เน้นรูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ ใช้ช่องทางโปรโมทแบรนด์บนอินเทอร์เน็ตอย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของกิจการควรรู้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า มีดังนี้

1.โปรโมทผ่านโซเชียลมีเดีย

ในปัจจุบันกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ทางโซเชียลมีเดียประสบผลสำเร็จและมีการเข้าชมมากที่สุด เนื่องจากเปิดโอกาสให้ลูกค้ามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เริ่มตั้งแต่สอบถามข้อมูล รีวิวสินค้า แสดงความคิดและข้อเสนอแนะ ตลอดจนการแชร์บอกต่อกันทางโลกโซเชียล การตลาดออนไลน์ไม่เพียงเจาะเข้าใกล้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายมากขึ้นเท่านั้น ยังเข้าใจความต้องการของลูกค้า สื่อสารเข้าใจและสนองตอบได้ตรงใจ ซึ่งเรื่องนี้จำเป็นต่อการเติบโตของสตาร์ทอัพมากทีเดียว

2.ดึงดูดรายใหม่ทั่วโลก

การตลาดออนไลน์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การขายสินค้าและบริการ แต่ครอบคลุมถึงการโปรโมทแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก โดยเฉพาะธุรกิจสตาร์ทอัพที่นำเสนอความแปลกใหม่และโดดเด่นเหนือคู่แข่งในตลาดเดียวกัน ผู้ประกอบการรุ่นใหม่จะเห็นความสำคัญของการตลาดออนไลน์ที่จะสร้างช่องทางเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ง่าย เนื่องจากผู้บริโภคยุคใหม่ท่องโลกผ่านมือถือและแท็บเล็ต การทำตลาดผ่านโซเชียลมีเดียและอีเมลจึงสื่อสารกับผู้บริโภคได้ดีและเข้าถึงความต้องการของผู้คนในทุกมุมโลก สามารถแจ้งเตือนข่าวสารรวดเร็ว รวมทั้งสร้างการจดจำแบรนด์มากขึ้น จึงดึงดูดความสนใจลูกค้ารายใหม่ได้ง่าย

3.เข้าใจลูกค้าดีขึ้น

ธุรกิจสตาร์ทอัพควรใช้ประโยชน์ของกลยุทธ์การตลาดออนไลน์เจาะเทรนด์ความต้องการของลูกค้า โดยการสื่อสารเชื่อมต่อเพื่อทำความรู้จักเป้าหมายมากขึ้น รู้เท่าทันความต้องการว่าลูกค้ามีความคาดหวังอะไร เพื่อที่จะตอบสนองความต้องการเป็นรายบุคคลได้ตรงจุดและทำให้เกิดความพึงพอใจมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ข้อมูลที่รวบรวมมายังช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อและทำนายการตัดสินใจซื้อในอนาคตได้เช่นกัน พยายามปรับแผนการผลิตสินค้าและการบริการที่สอดคล้องกับความพอใจของลูกค้าเสมอจะเป็นปัจจัยสำคัญนำไปสู่ความสำเร็จทางธุรกิจในระยะยาวการทำธุรกิจแบบสตาร์ทอัพไม่ต้องมีแบบแผน

4.การตลาดบนมือถือผลักดันความสำเร็จ

การทำตลาดบนมือถือเป็นอีกเรื่องสำคัญที่เจ้าของธุรกิจต้องเรียนรู้ เพราะเข้าถึงลูกค้าได้ทุกที่ทุกเวลาอย่างที่สื่อดั้งเดิมอย่างที่หนังสือพิมพ์ นิตยสาร และโทรทัศน์ทำไม่ได้ ทุกวันนี้อัตราการใช้โทรศัพท์มือถือและการเข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์เพิ่มขึ้นหลายเท่า การใช้มือถือก็สะดวกรวดเร็วกว่าคอมพิวเตอร์พีซี. การตลาดออนไลน์จึงไม่เพียงแต่เป็นศูนย์กลางโลกดิจิตอลยุคใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นสื่อกลางที่ลดช่องว่างระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อ ถือเป็นส่วนสำคัญสำหรับธุรกิจสตาร์ทอัพที่ต้องการยกระดับแบรนด์ให้โดดเด่นกว่าคู่แข่ง เพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้อย่างมหาศาลโดยใช้ต้นทุนน้อยกว่าเดิมมาก ทำให้เกิดความได้เปรียบธุรกิจอื่น ๆ ที่ยังคงพึ่งพาโฆษณาการตลาดแบบดั้งเดิมซึ่งต้องจัดสรรงบประมาณค่าใช้จ่ายจำนวนมหาศาล การตลาดออนไลน์ไม่เพียงลดค่าใช้จ่ายทางการตลาดตั้งแต่เริ่มต้นเท่านั้น ยังเพิ่มคุณค่าให้แบรนด์ด้วย

วิธีทำการตลาดออนไลน์แบบมืออาชีพ 2019

วิธีทำการตลาดออนไลน์แบบมืออาชีพ 2019

การตลาดออนไลน์ เป็นสิ่งที่จำเป็นมากในปัจจุบัน เนื่องจากระบบอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีการสื่อสารความเร็วสูงทำให้การซื้อขายสินค้า เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมงทั่วโลก หากคุณมีสินค้าดีแต่ไม่สามารถทำการตลาดให้เป็นที่รู้จักและสะดุดตาลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ โอกาสที่จะขายสินค้าได้ก็จะน้อยลงมัน ทั้งยังเสียลูกค้าไปให้กับบริษัทคู่แข่งด้วย

ในบทความนี้ เราจึงได้รวบรวมวิธีทำการตลาดออนไลน์แบบมืออาชีพมาฝากกัน เพื่อให้นักธุรกิจออนไลน์ทุกท่านสามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างเห็นผล

1. การเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย การที่จะทำให้มีคนรู้ว่าคุณเปิดบริษัทให้บริการหรือขายสินค้าใดอยู่เป็นสิ่งจำเป็น นักการตลาดมืออาชีพแนะนำให้เข้าหากลุ่มลูกค้าโดยวิธีการ 2 แบบ คือ

– การทำ Inbound Marketing ดึงดูดคนให้เข้ามาสู่เว็บไซต์ของคุณ เช่น การทำเว็บไซต์แบบ SEO หรือ Search Engine Optimization เพื่อให้มีการจัดอันดับที่ดีขึ้นใน Search Engine อย่าง Yahoo Google ร่วมกับการเปิดช่องทางสื่อสารที่ใกล้ชิดกับผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตมากขึ้น คือ ทาง Facebook YouTube และ Instagram

– การทำ Outbound Marketing คือ การทำโฆษณาผ่านสื่อรูปแบบต่าง ๆ ในอดีตจะหมายถึงการซื้อพื้นที่โฆษณาในวิทยุ โทรทัศน์ ช่องเคเบิ้ล แต่ปัจจุบันควรเน้นไปที่การโฆษณาที่มีต้นทุนต่ำ แต่มีประสิทธิภาพสูงในการเข้าถึงกลุ่มคน คือ Facebook Ads และ Google Ads เป็นต้น

2. การทำเนื้อหาในเว็บไซต์หรือ Content SEO ให้น่าสนใจ ควรมีทีมงานผู้ผลิตเนื้อหาและช่างภาพประจำ เพื่อทำความเข้าใจแบรนด์ ตัวสินค้าหรือบริการที่ต้องการสื่อสารไปให้ผู้ชมได้เป็นอย่างดีและต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้สร้างความเป็นเอกลักษณ์ให้แก่เว็บไซต์และแบรนด์ของคุณได้ดียิ่งขึ้น
ทั้งนี้ใน Content ต้องใช้ keyword SEO ที่ตรงกับการสืบค้นของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายด้วย จึงจะมีโอกาสสืบค้นเจอได้ง่ายจาก Google และ yahoo

ตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ คือ บล็อกของ The Standard และลงทุนแมน ที่มีการนำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจผ่านนักเขียนที่มีฝีมือ สามารถนำเสนอทั้งเนื้อหาคู่กับภาพที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นจนทำให้เป็นที่รู้จักได้อย่างรวดเร็ว

3. การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า ไม่มีบริษัทใดต้องการที่จะได้เพียงลูกค้าขาจร บริษัทมักจะเติบโตได้เมื่อมีลูกค้าประจำเป็นฐานลูกค้าเดิมควบคู่กับการขยายฐานลูกค้าใหม่ไปเรื่อย ๆ เทคนิคที่ดี ได้แก่ การสร้างแคมเปญหรือโปรโมชั่นที่กระตุ้นความมีส่วนร่วมเช่น ให้ลูกค้าแสดงความคิดเห็น หรือตอบคำถามในหน้าเว็บไซต์เพื่อรับของที่ระลึก เป็นต้น

การทำเว็บไซต์แบบ SEO

จะเห็นได้ว่า วิธีการทำการตลาดออนไลน์ในปัจจุบันมีอยู่หลากหลาย ซึ่งสามารถผสมผสานเข้าด้วยกันได้ หวังว่าตัวอย่างที่กล่าวมาจะเป็นแนวทางให้ทุกท่านนำไปปรับใช้เพื่อให้ธุรกิจเติบโตได้ดียิ่งขึ้น

8 สิ่งต้องมี เพื่อเป็นเจ้าแห่งการตลาดออนไลน์

8 สิ่งต้องมี เพื่อเป็นเจ้าแห่งการตลาดออนไลน์

การตลาดออนไลน์เป็นวงการที่มีการแข่งขันกันสูงท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน การทำธุรกิจขายสินค้าและบริการผ่านเว็บไซต์ออนไลน์จึงต้องอาศัยศาสตร์และศิลป์หลายแขนงเพื่อก้าวสู่ความสำเร็จ ดังที่เราได้รวมมาไว้ที่นี่ทั้ง 8 ข้อ ได้แก่

8 สิ่งต้องมี เป็นเจ้าแห่งการตลาดออนไลน์

1. การคิดนอกกรอบและรู้จักผสมผสานข้อดีหรือจุดแข่งของเทคนิคต่าง ๆ เช่น การทำ SEO การตลาด SEM การใช้คีย์เวิร์ดในส่วนต่าง ๆ ของฐานข้อมูลและโครงสร้างของเว็บไซต์ เพื่อให้ได้ส่วนผสมที่ลงตัวสำหรับธุรกิจคุณมากที่สุด

2. ต้องมีทัศนคติเปิดกว้างที่จะเรียนรู้และยอมรับว่าเทคโนโลยีทำให้ทุกอย่างหมุนรอบตัวผู้บริโภคอย่างรวดเร็ว กระแสและเทรนด์ความนิยมต่าง ๆ ก็เช่นกัน เป็นสิ่งที่ควรติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อนำมาทำการตลาดออนไลน์ที่ตรงใจกลุ่มเป้าหมายที่สุด

3. การไม่หยุดวิจัยการตลาด จังหวะนี้ดาราคนไหนอยู่ในกระแส หรือเป็นช่วงที่คนกำลังอินเทรนด์กับ hashtag อะไร ต้องนำมาศึกษาโดยด่วนและนำมาสร้างสื่อโฆษณาหรือคีย์เวิร์ดที่ส่งเสริมธุรกิจโดยเร็ว

4. การตลาดออนไลน์บางประเภท เช่น SEO มีธรรมชาติที่ต้องใช้เวลาในการสะสมดาต้าเพื่อให้ search engine ประมวลผล จึงต้องให้เวลากับการรายงานผลเป็นระยะ ๆ ติดตามแนวโน้มแต่ไม่กังวลไปล่วงหน้านานเกินไป

5. การขยายฐานลูกค้าทั้งในและต่างประเทศเป็นสิ่งสำคัญของการตลาดออนไลน์ที่ต้องมีการปรับเว็บไซต์ให้รองรับภาษาที่ 3 หรือ 4 และควรตอบโจทย์การใช้งานที่ง่ายและสวยงามบนมือถือ smartphone ด้วย

6. คนทั่วโลกสะดวกพกเครื่องมือสื่อสารติดตัวมากกว่าการหิ้ว laptop ดังนั้นควรสร้างแอพพลิเคชั่นหรือเพจที่มีบทความ SEO ที่คุณสร้างเองโดยเฉพาะแบบสั้น กระชับ แต่มีเทคนิคนำเสนอที่ดึงดูดใจผู้อ่านกลุ่มเป้าหมาย เพื่อช่วยให้รักษาอำนาจทางการตลาดออนไลน์และช่วยเพิ่มอันดับในการสืบค้นจาก search engine ให้ดีขึ้นด้วย

7. การรักษาเครดิตหรือความน่าเชื่อถือเป็นสิ่งสำคัญต่อภาพลักษณ์ธุรกิจ โดยเฉพาะในยุคสมัยที่การรีวิวหรือบอกต่อมีผลต่อทัศนคติของผู้บริโภคในวงกว้างในชั่วข้ามคืน การแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็วหรือการยุติข้อขัดแย้งใด ๆ ระหว่างบริษัทกับลูกค้าด้วยความประนีประนอมเป็นสิ่งที่ต้องใส่ใจอันดับต้น ๆ เช่นเดียวกัน

8. การสร้างกำลังใจและความเชื่อมั่นซึ่งกันและกันในตัวทีมงานเป็นสิ่งสำคัญที่จะสร้างพลังบวกที่เป็นแรงผลักดันให้ทุกคนมองเห็นเป้าหมายเดียวกันในการพัฒนาองค์กร นั่นคือการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรพร้อมกับรายได้หรือยอดขายที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ

8 สิ่งต้องมี เพื่อเป็นเจ้าแห่งการตลาด

จะเห็นได้ว่าทั้ง 8 ข้อเป็นคุณลักษณะของนักธุรกิจออนไลน์ที่ขาดไม่ได้ในการขับเคลื่อนองค์กรให้เข้าสู่การตลาดออนไลน์ เราหวังว่าบทความนี้จะช่วยในการสำรวจจุดอ่อนและเสริมจุดแข็งของทุกองค์กรให้ดียิ่งขึ้นได้มากกว่าเดิม

การตลาดออนไลน์ สำหรับไทยแลนด์ 4.0 มีอะไรน่าสนใจ

การตลาดออนไลน์ สำหรับไทยแลนด์ 4.0 มีอะไรน่าสนใจ

จะทำธุรกิจใดก็ตามในยุคไทยแลนด์ 4.0 จำเป็นต้องมีการปรับตัวให้ทันสมัยตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ซึ่งการตลาดออนไลน์สำหรับสร้างความสำเร็จแก่ธุรกิจอย่างรวดเร็วตามเป้าหมาย จะมีอะไรน่าสนใจบ้าง มาดูพร้อมกันเลย

การตลาดออนไลน์ สำหรับไทยแลนด์ 4.0

การตลาดออนไลน์ คืออะไร

การตลาดออนไลน์ คือ การเจาะกลุ่มลูกค้า หรือผู้บริโภคผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์ เช่น สัญญาณอินเทอร์เน็ต wifi เครือข่าย 4G ซึ่งสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความฉับไว รวดเร็ว ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งในยุคไทยแลนด์ 4.0 เป็นช่วงเวลาแห่งการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมไอที จึงกล่าวได้ว่าเป็นปีแห่งการขับเคลื่อนธุรกิจออนไลน์แบบก้าวกระโดดมากกว่าที่เคย

การตลาดออนไลน์ ยุคไทยแลนด์ 4.0 ต้องสนใจกลยุทธ์อะไรบ้าง

กลยุทธ์ที่นักธุรกิจยุคไทยแลนด์ 4.0 จำเป็นต้องสนใจเป็นสิ่งที่ Philip Kotler นักการตลาดระดับโลกกล่าวไว้ คือ หลักการ 5A ดังนี้

A1 คือ Awareness (การรู้จักแบรนด์) เป็นการสร้างความรับรู้สินค้า เช่น หากคุณจะเปิดร้านขายดอกไม้ออนไลน์ จะทำอย่างไรให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายรู้ว่ามีแบรนด์คุณเป็นร้านดอกไม้น้องใหม่ในปี 2019

A2 คือ Appeal (ความดึงดูดใจ) คือ การตั้งโจทย์ว่าจะสร้างความจดจำอย่างไร ให้ผู้บริโภคนึกถึงว่า ถ้าจะสั่งซื้อดอกไม้ให้แฟนจะต้องเป็นแบรนด์ของคุณเท่านั้น

A3 คือ Ask (การมีคำถาม) จงดีใจเมื่อลูกค้าตั้งคำถาม เพราะแสดงถึงว่าลูกค้าอยากทราบรายละเอียดหรือมีจุดประสงค์/ปัญหาบางอย่างที่ต้องการสินค้าที่ตอบโจทย์ได้จริง ๆ

A4 คือ Act (การซื้อ) เมื่อลูกค้าได้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าเป็นที่พอใจ และตัดสินใจทดลองสั่งซื้อสินค้าแล้ว ก็เท่ากับว่าเป็นโอกาสของบริษัทในการนำเสนอความประทับใจหลังการขายที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

A5 คือ Advocate (การบอกต่อ) เป็นพลังทั้งทางบวกและลบได้ในขณะเดียวกัน หากสินค้าและการบริการดีเป็นที่ประทับใจจนเกิดการรีวิวและบอกต่อ โดยเฉพาะจากบรรดา influencer ใน YouTube twitter และ facebook ก็จะเป็นแรงส่งที่ดีต่อฐานลูกค้าที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ และผู้ที่ต้องการความหลากหลายในสินค้าที่แหวกแนวจากตลาดแบบดั้งเดิม

การมีแอพพลิเคชั่น ช่วยการตลาดออนไลน์ได้มากแค่ไหน

การมีแอพพลิเคชั่นที่ใช้งานง่ายและสวยงาม มีผลเชิงบวกต่อภาพลักษณ์และการขยายฐานการตลาดให้กว้างยิ่งขึ้น โดยหากมีการระบุ location จาก GPS เชื่อมโยงระหว่างโลกออนไลน์กับหน้าร้านจริง ก็จะยิ่งทำให้มีความน่าเชื่อถือและเพิ่มยอดลูกค้าได้เป็นทวีคูณ

การตลาดออนไลน์ สำหรับไทยแลนด์

จะเห็นได้ว่า การตลาดออนไลน์ในยุคไทยแลนด์ 4.0 นักธุรกิจรุ่นใหม่ต้องใส่ใจในการประยุกต์กลยุทธ์การตลาด 5A ที่มีแบบดั้งเดิมเข้ากับการขายสินค้าและการโปรโมตสินค้าผ่านช่องทางใหม่ ๆ เพื่อให้เข้าถึงลูกค้ายุค millennium ให้มากที่สุด จึงจะประสบความสำเร็จดังหวัง

การตลาดออนไลน์เพื่อคนยุคใหม่ ต้องรู้อะไรบ้าง?

การตลาดออนไลน์เพื่อคนยุคใหม่ ต้องรู้อะไรบ้าง

ในปี 2018 เป็นปีที่มีการขยายตัวของเศรษฐกิจแบบออนไลน์อย่างมาก เรียกได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับนักการตลาดออนไลน์ยุคใหม่ที่พร้อมเก็บเกี่ยวและมุ่งมั่นที่จะพัฒนาฝีมือเพื่อเสริมสร้างมูลค่าทางธุรกิจออนไลน์ที่เพิ่มสูงขึ้น ท่ามกลางภาวะการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต

การตลาดออนไลน์เพื่อคนยุคใหม่

ซึ่งในปัจจุบัน การตลาดออนไลน์ หรือ online Marketing สามารถแบ่งออกได้เป็นสามช่องทางหลัก คือ

1. การตลาดบนระบบของเครื่องมือสืบค้นทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ search Engine Marketing ซึ่งต้องเรียนรู้ว่าควรทำเช่นไร จึงจะสามารถทำให้เว็บไซต์ขายสินค้าและบริการของ เราพุ่งทะยานขึ้นสูงอันดับต้น ๆ ของคีย์เวิร์ดสืบค้นนั้น ๆ

2. การตลาดผ่านช่องทางเฉพาะกลุ่มเป้าหมายอย่างอีเมล์ หรือ email Marketing เป็นเทคนิคที่ลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการจ้างงาน และสามารถส่งอีเมล์ข่าวสารได้สู่กล่องข้อความของผู้บริโภคแต่ละคนด้วยความรวดเร็ว ซึ่งหากลูกค้ากลุ่มเป้าหมายมีความสนใจ ก็จะคลิกลิ้งค์ และเลือกดูโปรโมชั่นและโปรแกรมของสินค้า-งานบริการที่สนใจได้ในทันที

3. การตลาดบนสังคมโซเชียล อย่างทวิตเตอร์ เฟสบุ๊ค อินสตราแกรม หรือเรียกรวม ๆ ว่า social Marketing เป็นช่องทางที่ทรงอิทธิพลอย่างยิ่งในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นช่องทางที่ใช้งานง่ายผ่านหน้าจอมือถือ และคนกลุ่มมิลเลนเนียมซึ่งเป็นลูกค้ากลุ่มใหญ่ในขณะนี้ ก็มีความเชื่อมั่นในการนำเสนอของเหล่า influencer ที่เป็นบุคคลธรรมดามากกว่าดารานักแสดง อย่างในอดีต

การตลาดออนไลน์เพื่อคนยุคใหม่ ต้องรู้

แนวทางที่สำคัญของการตลาดออนไลน์ ที่จะทำให้ประสบความสำเร็จได้ ทั้งด้าน ชื่อเสียงของเว็บไซต์และยอดขาย ต้องมีองค์ประกอบครบทุกด้าน ดังนี้

1. การเข้าใจในหลักการทำ SEO และ SEM ซึ่งจะทำให้เว็บไซต์หนึ่ง ๆ ขึ้นสู่อันดับ 1 ถึง 10 ของผลลัพธ์การหาในกูเกิ้ล ยาฮู บิง ฯลฯ

2. การที่จะผลักดันให้เว็บไซต์หนึ่ง ๆ สามารถถูกสืบค้นได้โดยง่ายนั้น ต้องให้ความสำคัญทั้งส่วน online webpage และ Offline Webpage รวมไปถึงการเลือก Hosting กับบริษัทเอกชนชั้นนำที่มีระบบ Server ที่ดีและมีบริการช่วยเหลือแบบ On Call เพื่อสนับสนุนกิจการของเว็บไซต์ตลอดเวลา

3. มีการวิจัยความต้องการของเทรนด์ของผู้บริโภคสม่ำเสมอ โดยเฉพาะส่วนของคำที่จะใช้เป็นคีย์เวิร์ดที่ต้องมีประสิทธิภาพสูง ซึ่งควรปรากฏอยู่ในหลาย ๆ ตำแหน่งของเว็บไซต์ด้วย ได้แก่ ส่วนชื่อบทความ ชื่อลิ้งค์ ชื่อภาพประกอบในเว็บไซต์ เป็นต้น

ควรมีการทำเนื้อหาและชื่อลิ้งค์ต่าง ๆ เป็นหลายภาษาเพื่อรองรับการสืบค้นจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายทั่วทุกมุมโลก ตลอด 24 ชั่วโมง

คงจะเห็นแล้ว ว่าการตลาดออนไลน์ที่ประสบความสำเร็จไม่ใช่เรื่องบังเอิญ จำเป็นต้องผ่านกระบวนการเรียนรู้และวิจัยตลาด ศึกษาเทรนด์และความนิยมของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ แต่ก็มิใช่เรื่องยากจนเกินไปที่จะศึกษาและเริ่มสั่งสมประสบการณ์เสียแต่วันนี้ เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายของการตลาดออนไลน์ ทั้งด้านชื่อเสียงและยอดขายได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว